0

0

ผู้เขียน :หวานเจีี๊ยบ

อัพเดทเมื่อวันที่ : 2026-02-21 14:00:59

บทนำ

สำหรับผู้ที่ไม่เคยฝึกมาก่อน

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหาวิธีการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ง่ายและได้ผล สามารถทำเองได้ที่บ้านไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะ โยคะอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการนี้ค่ะ สำหรับมือใหม่เพียงแค่มีเสื่อโยคะกับชุดโยคะแล้วหาพื้นที่สงบ ๆ ปูเสื่อกันสักหน่อยก็สามารถเล่นโยคะกันได้แล้ว ว่าแล้วก็มาเริ่มต้นเล่นโยคะกันได้เลยค่ะ

ข้อดีของการฝึกโยคะ

การฝึกโยคะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้กับร่างกาย ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังสามารถปรับปรุงท่าทางและการทรงตัวทำให้ร่างกายมีความสมดุลและเพิ่มความคล่องตัว ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ส่งผลดีต่อคุณภาพการนอน ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น

ข้อควรระวังในการฝึกโยคะสำหรับมือใหม่  

ถึงแม้ว่าการฝึกโยคะจะดูไม่ค่อยมีอันตรายมากเท่าไหร่ แต่สำหรับมือใหม่นั้นหากทำท่าโยคะแล้วรู้สึกเจ็บกล้ามเนื้อขึ้นมาก็ควรหยุดทำท่านั้นทันที และควรศึกษาเพื่อฝึกท่าทางโยคะที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ฝึกกำหนดลมหายใจอย่างเป็นธรรมชาติและสม่ำเสมอ และถ้าหากใครมีโรคประจำตัวก็ควรทำการปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะเริ่มฝึกโยคะกันด้วยค่ะ

มือใหม่เตรียมตัวเล่นโยคะยังไงดี

  • เลือกสถานที่ที่มีความเงียบสงบ บรรยากาศผ่อนคลาย เพื่อช่วยให้มีสมาธิและฝึกโยคะได้อย่างราบรื่น

  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ทำให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ โดยส่วนใหญ่จะใช้เป็นชุดโยคะหรือชุดฟิตเนส

  • เลือกใช้เสื่อโยคะที่ได้คุณภาพ เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและทำให้สามารถทรงตัวได้ดีขึ้น

  • ควรฝึกโยคะในช่วงที่ท้องว่าง หรือหลังจากรับประทานอาหารไปแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง

 

ท่าฝึกโยคะเบื้องต้นสำหรับมือใหม่

          สำหรับผู้เล่นโยคะมือใหม่ เราก็มีท่าฝึกโยคะง่าย ๆ ที่ทำได้ไม่ยากมาฝากด้วยกันทั้งหมด 6 ท่าค่ะ ว่าแล้วก็ลองมาทำตามกันเลย

  • ท่าภูเขา (Tadasana) ยืนตัวตรงเท้าชิดกัน แขนแนบกับลำตัว แล้วหายใจเข้าออกลึก ๆ ท่านี้จะช่วยเสริมสร้างสมดุลและความมั่นคงให้กับร่างกาย

  • ท่าสุนัขก้มหน้า (Downward-Facing Dog) วางมือและเท้าบนพื้นแล้วยกสะโพกขึ้นมาเป็นรูปตัววีคว่ำ ท่านี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยยืดกล้ามเนื้อขาและหลัง

  • ท่าเด็ก (Child’s Pose) คุกเข่าลงแล้วเหยียดแขนไปข้างหน้าพร้อมก้มศีรษะลงพื้น ท่านี้จะช่วยลดความเครียดและคลายความตึงเครียดของหลังได้

  • ท่าต้นไม้ (Tree Pose) ยืนขาเดียวข้างที่ถนัดพร้อมวางฝ่าเท้าอีกข้างไว้ที่ต้นขา ตั้งสมาธิและยกมือพนมไว้ที่หน้าอก ท่านี้จะช่วยพัฒนาความสมดุลของร่างกายและความแข็งแรงของขา

  • ท่าสะพาน (Bridge Pose) นอนหงายชันเข่าขึ้น จากนั้นวางฝ่าเท้าราบกับพื้นแล้วยกสะโพกขึ้น ท่านี้จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังและบรรเทาอาการปวดหลังได้ดี

  • ท่าศพ (Savasana) นอนราบบนพื้นแล้วปล่อยร่างกายให้ผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ หายใจเข้า-ออกลึก ๆ เป็นท่าปิดท้ายการฝึกโยคะที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายอย่างเต็มที่

สรุป

จะเห็นได้ว่าโยคะนั้นเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ใช้อุปกรณ์ไม่เยอะไม่ยุ่งยาก มือใหม่ หรือผู้ที่ไม่เคยฝึกโยคะมาก่อนก็สามารถทำได้ค่ะ  การฝึกโยคะอย่างสม่ำเสมอนอกจากจะทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงยืดหยุ่นมากขึ้นแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ ช่วยลดความเครียด ทำให้จิตใจสงบผ่อนคลายได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ ว่าแล้วก็มาเริ่มต้นฝึกโยคะกันเลย

 

 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโยคะ ?

  1. โยคะเบื้องต้นเหมาะกับใคร?
    เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ ส่วนสูงเท่าไหร่ หรือจะมีน้ำหนักมาก ก็สามารถฝึกโยคะได้

  2. ฝึกโยคะวันละกี่นาทีถึงจะได้ผล?
    แนะนำให้ฝึกอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด

  3. ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้างในการฝึกโยคะ?
    เพียงแค่มี เสื่อโยคะ ที่ดี ก็สามารถเริ่มฝึกได้แล้ว แต่สามารถใช้ บล็อกโยคะ หรือ สายรัดโยคะ ช่วยปรับท่าได้

     

     

อ้างอิง

ข้อมูลจาก  Yoga & me 

งานบทความที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ

อิทธิพลของเอลนีโญต่อฝุ่น PM2.5 ปี 2567 กับภัยคุกคามสุขภาพที่รุนแรงขึ้น
1708931705.jpg

Super Admin ID1

อิทธิพลของเอลนีโญต่อฝุ่น PM2.5 ปี 2567 กับภัยคุกคามสุขภาพที่รุนแรงขึ้น

ดนตรีบำบัด: เครื่องมือทรงพลังเชิงบวก ช่วยรักษาอาการป่วยทางกายและจิตใจ
1708931705.jpg

Super Admin ID1

ดนตรีบำบัด: เครื่องมือทรงพลังเชิงบวก ช่วยรักษาอาการป่วยทางกายและจิตใจ

‘ลองโควิด’ สึนามิลูกต่อมา ฉุดเศรษฐกิจและกระทบการใช้ชีวิต
1708931705.jpg

Super Admin ID1

‘ลองโควิด’ สึนามิลูกต่อมา ฉุดเศรษฐกิจและกระทบการใช้ชีวิต

ส่วนที่ 3 บริบทแวดล้อมและปัจจัยเอื้อ เครื่องมือ/สื่อในการสร้างเสริมสุขภาวะด้านความปลอดภัยทางถนน
1708932589.JPG

Writer hotmail

ส่วนที่ 3 บริบทแวดล้อมและปัจจัยเอื้อ เครื่องมือ/สื่อในการสร้างเสริมสุข...

ปกป้องชีวิตเด็กไทยด้วยหมวกนิรภัย
1708931705.jpg

Super Admin ID1

ปกป้องชีวิตเด็กไทยด้วยหมวกนิรภัย

งานบทความที่เกี่ยวข้อง

ถึงเวลาเลิกพฤติกรรมเนือยนิ่ง เสริมแกร่งร่างกายห่างไกลโรค

Super Admin ID1

Highlight

พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) คือ กิจกรรมที่แทบไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น  นั่งดูโทรทัศน์ เล่นเกม ขับรถ ใช้คอมพิวเตอร์ ใช้โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต จนเกิดเป็นพฤติกรรมติดจอทําให้มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ

การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ตามมา โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน เช่น โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ และมะเร็ง

สำหรับกิจกรรมทางกายแบ่งเป็นระดับเบา รู้สึกเหนื่อยน้อย เช่น ยืน เดินระยะสั้น ๆ ฯลฯ ระดับปานกลาง กิจกรรมที่รู้สึกเหนื่อยไม่มาก เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ทํางานบ้าน ฯลฯ  และระดับหนัก กิจกรรมที่ทําให้รู้สึกเหนื่อยมาก ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น วิ่ง เดินขึ้นบันได ออกกําลังกาย เล่นกีฬา ฯลฯ

 

----

 

เมื่อกลับมาทำงานในออฟฟิศอีกครั้ง หลังจากเวิร์คฟอร์มโฮมยาวช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ชีวิตของเราก็กลับเข้าสู่โหมดเดิม ๆ ทุก ๆ วัน เหมือนเอาร่างกายผูกติดอยู่กับโต๊ะเก้าอี้เป็นระยะเวลานาน การลุกขึ้นเดินเพียงระยะสั้น ๆ ก็กลายเป็นเรื่องยาก แม้แต่การเปลี่ยนอริยาบถไปทำกิจกรรมห่างจากโต๊ะทำงานเพียงไม่กี่นาทีก็ยังไม่มีเวลา ไม่ต้องพูดถึงการออกกำลังกาย นอกจากนั่งโต๊ะทำงานเป็นเวลาแปดชั่วโมงต่อวัน ห้าวันต่อสัปดาห์แล้ว แถมบางคนนั่งนิ่ง ๆ บนรถระหว่างการเดินทาง แล้วยังดูโทรทัศน์ เล่มเกม ใช้โทรศัพท์มือถืออีกต่างหาก

หนึ่งวันในชีวิตคนทำงานส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการนั่งนิ่งเสียครึ่งค่อน ด้วยพฤติกรรมเช่นนี้ทำให้เกิดผลเสียต่อสมรรถภาพร่างกาย ทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ไม่เพียงเท่านั้น ยังอาจส่งผลกระทบต่อครอบครัว สังคม และประเทศด้วย

ทุกคนจึงควรให้ความสำคัญกับพฤติกรรมเนือยนิ่งนี้ และเริ่มต้นแก้ไข ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร โดยส่งเสริมสนับสนุนให้มีการทำกิจกรรมทางกายให้เพียงพอ