0

0

ผู้เขียน :หวานเจีี๊ยบ

อัพเดทเมื่อวันที่ : 2025-12-27 04:23:22

บทนำ

สำหรับผู้ที่ไม่เคยฝึกมาก่อน

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหาวิธีการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ง่ายและได้ผล สามารถทำเองได้ที่บ้านไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะ โยคะอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการนี้ค่ะ สำหรับมือใหม่เพียงแค่มีเสื่อโยคะกับชุดโยคะแล้วหาพื้นที่สงบ ๆ ปูเสื่อกันสักหน่อยก็สามารถเล่นโยคะกันได้แล้ว ว่าแล้วก็มาเริ่มต้นเล่นโยคะกันได้เลยค่ะ

ข้อดีของการฝึกโยคะ

การฝึกโยคะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้กับร่างกาย ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังสามารถปรับปรุงท่าทางและการทรงตัวทำให้ร่างกายมีความสมดุลและเพิ่มความคล่องตัว ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ส่งผลดีต่อคุณภาพการนอน ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น

ข้อควรระวังในการฝึกโยคะสำหรับมือใหม่  

ถึงแม้ว่าการฝึกโยคะจะดูไม่ค่อยมีอันตรายมากเท่าไหร่ แต่สำหรับมือใหม่นั้นหากทำท่าโยคะแล้วรู้สึกเจ็บกล้ามเนื้อขึ้นมาก็ควรหยุดทำท่านั้นทันที และควรศึกษาเพื่อฝึกท่าทางโยคะที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ฝึกกำหนดลมหายใจอย่างเป็นธรรมชาติและสม่ำเสมอ และถ้าหากใครมีโรคประจำตัวก็ควรทำการปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะเริ่มฝึกโยคะกันด้วยค่ะ

มือใหม่เตรียมตัวเล่นโยคะยังไงดี

  • เลือกสถานที่ที่มีความเงียบสงบ บรรยากาศผ่อนคลาย เพื่อช่วยให้มีสมาธิและฝึกโยคะได้อย่างราบรื่น

  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ทำให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ โดยส่วนใหญ่จะใช้เป็นชุดโยคะหรือชุดฟิตเนส

  • เลือกใช้เสื่อโยคะที่ได้คุณภาพ เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและทำให้สามารถทรงตัวได้ดีขึ้น

  • ควรฝึกโยคะในช่วงที่ท้องว่าง หรือหลังจากรับประทานอาหารไปแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง

 

ท่าฝึกโยคะเบื้องต้นสำหรับมือใหม่

          สำหรับผู้เล่นโยคะมือใหม่ เราก็มีท่าฝึกโยคะง่าย ๆ ที่ทำได้ไม่ยากมาฝากด้วยกันทั้งหมด 6 ท่าค่ะ ว่าแล้วก็ลองมาทำตามกันเลย

  • ท่าภูเขา (Tadasana) ยืนตัวตรงเท้าชิดกัน แขนแนบกับลำตัว แล้วหายใจเข้าออกลึก ๆ ท่านี้จะช่วยเสริมสร้างสมดุลและความมั่นคงให้กับร่างกาย

  • ท่าสุนัขก้มหน้า (Downward-Facing Dog) วางมือและเท้าบนพื้นแล้วยกสะโพกขึ้นมาเป็นรูปตัววีคว่ำ ท่านี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยยืดกล้ามเนื้อขาและหลัง

  • ท่าเด็ก (Child’s Pose) คุกเข่าลงแล้วเหยียดแขนไปข้างหน้าพร้อมก้มศีรษะลงพื้น ท่านี้จะช่วยลดความเครียดและคลายความตึงเครียดของหลังได้

  • ท่าต้นไม้ (Tree Pose) ยืนขาเดียวข้างที่ถนัดพร้อมวางฝ่าเท้าอีกข้างไว้ที่ต้นขา ตั้งสมาธิและยกมือพนมไว้ที่หน้าอก ท่านี้จะช่วยพัฒนาความสมดุลของร่างกายและความแข็งแรงของขา

  • ท่าสะพาน (Bridge Pose) นอนหงายชันเข่าขึ้น จากนั้นวางฝ่าเท้าราบกับพื้นแล้วยกสะโพกขึ้น ท่านี้จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังและบรรเทาอาการปวดหลังได้ดี

  • ท่าศพ (Savasana) นอนราบบนพื้นแล้วปล่อยร่างกายให้ผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ หายใจเข้า-ออกลึก ๆ เป็นท่าปิดท้ายการฝึกโยคะที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายอย่างเต็มที่

สรุป

จะเห็นได้ว่าโยคะนั้นเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ใช้อุปกรณ์ไม่เยอะไม่ยุ่งยาก มือใหม่ หรือผู้ที่ไม่เคยฝึกโยคะมาก่อนก็สามารถทำได้ค่ะ  การฝึกโยคะอย่างสม่ำเสมอนอกจากจะทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงยืดหยุ่นมากขึ้นแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ ช่วยลดความเครียด ทำให้จิตใจสงบผ่อนคลายได้เป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ ว่าแล้วก็มาเริ่มต้นฝึกโยคะกันเลย

 

 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโยคะ ?

  1. โยคะเบื้องต้นเหมาะกับใคร?
    เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ ส่วนสูงเท่าไหร่ หรือจะมีน้ำหนักมาก ก็สามารถฝึกโยคะได้

  2. ฝึกโยคะวันละกี่นาทีถึงจะได้ผล?
    แนะนำให้ฝึกอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด

  3. ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้างในการฝึกโยคะ?
    เพียงแค่มี เสื่อโยคะ ที่ดี ก็สามารถเริ่มฝึกได้แล้ว แต่สามารถใช้ บล็อกโยคะ หรือ สายรัดโยคะ ช่วยปรับท่าได้

     

     

อ้างอิง

ข้อมูลจาก  Yoga & me 

งานบทความที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ

เรื่องควรรู้ … รับมือวัยเกษียณ
1708931705.jpg

Super Admin ID1

เรื่องควรรู้ … รับมือวัยเกษียณ

หญิงวัย 60 เป็นมะเร็งเต้านมมากสุด ดื่มแอลกอฮอล์ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง
1708931705.jpg

Super Admin ID1

หญิงวัย 60 เป็นมะเร็งเต้านมมากสุด ดื่มแอลกอฮอล์ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง

6:6:1 สูตรสุขภาพดี  เพื่อชีวิตลดหวาน มัน เค็ม
1708931705.jpg

Super Admin ID1

6:6:1 สูตรสุขภาพดี เพื่อชีวิตลดหวาน มัน เค็ม

ส่วนที่ 1 : สถานการณ์สุขภาพจิตระดับประเทศ และยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน ของ สสส. และภาคี
1747913281.JPG

Admin ID3

ส่วนที่ 1 : สถานการณ์สุขภาพจิตระดับประเทศ และยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน ของ...

อย่าปล่อยให้งานฆ่าคุณ วิธีบอกลาการทำงานหนักจนตาย
1708931705.jpg

Super Admin ID1

อย่าปล่อยให้งานฆ่าคุณ วิธีบอกลาการทำงานหนักจนตาย

งานบทความที่เกี่ยวข้อง

การออกกำลังกายช่วยเพิ่มสุขภาพสมอง

Super Admin ID1

Highlight

การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะการทำงานของสมองเสื่อมถอยลง (Cognitive decline) รวมถึงภาวะสมองเสื่อม จากการศึกษาพบว่า ภาวะการทำงานของสมองเสื่อมถอยลง พบได้เกือบสองเท่าในผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง เมื่อเทียบกับผู้ที่มีกิจวัตรที่คล่องแคล่วหรือมักเคลื่อนไหวร่างกายเสมอ

ผู้ใหญ่ต้องออกกำลังกายแบบเข้มข้นปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายแบบเข้มข้นอย่างน้อย 75 นาที โดยไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในคราวเดียว ตัวอย่างเช่น กิจกรรมที่มีความเข้มข้นปานกลางอาจแบ่งออกเป็น 30 นาทีต่อวัน รวม 5 วันต่อสัปดาห์

กิจกรรมที่จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นเช่น เปิดเพลงที่บ้านแล้วเต้น,นั่งยอง ๆ หรือเดินระหว่างช่วงคั่นเวลารายการ (โฆษณา) ขณะที่กำลังดูโทรทัศน์, ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์, ลงรถก่อนถึงหนึ่งป้ายแล้วเดินไปยังจุดหมาย ฯลฯ