1

0

ผู้เขียน :Super Admin ID1

อัพเดทเมื่อวันที่ : 2026-01-01 12:23:37

บทนำ

Highlight

ผลการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยปี 2562 พบว่า เด็กไทยมีพัฒนาการด้านสติปัญญาและภาษาต่ำที่สุดจากทั้ง 4 ด้าน ที่ร้อยละ 61 ในเด็กผู้ชาย และร้อยละ 64 ในเด็กผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวยากจน จะมีพัฒนาการด้านสติปัญญาและภาษาต่ำไปด้วย

ครอบครัวมีส่วนสำคัญในเรื่องพัฒนาการของเด็ก การที่เด็กไม่ได้อยู่กับพ่อแม่มีส่วนทำให้การเรียนรู้ต่ำ เพราะไม่มีคนช่วยสอนการบ้านหรือทำกิจกรรม เช่น อ่านหนังสือ เล่าเรื่อง หรือเล่นกับเด็ก อีกทั้งยังการขาดความรู้ด้านโภชนาการที่มีผลทำให้อัตราการเรียนรู้ต่ำด้วย

สำนักงานสถิติแห่งชาติซึ่งสนับสนุนโดยองค์การยูนิเซฟ สำรวจในปี 2562 พบว่า มีครอบครัวเพียงร้อยละ 34 เท่านั้นที่มีหนังสือสำหรับเด็กอย่างน้อย 3 เล่ม หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ที่มีหนังสือในบ้าน ซึ่งนับว่าน้อยมาก และพบว่ายังมีเด็กปฐมวัยที่ยังเข้าไม่ถึงหนังสือกว่า 1.1 ล้านครัวเรือน

 

 

การอ่านมีความสำคัญสำหรับเด็กปฐมวัย นอกจากจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการในด้านต่าง ๆ แล้ว การอ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้เด็กฟังยังเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก คนในครอบครัว หรือผู้เลี้ยงดู การอ่านยังเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ยิ่งได้รับการส่งเสริมให้รู้จักหนังสือและการอ่านเร็วเท่าไร ยิ่งจะมีพัฒนาการและความพร้อมในการเรียนรู้เร็วยิ่งขึ้น

แต่สถานการณ์ในปัจจุบันกลับพบว่า เด็กไทยมีปัญหาเรื่องพัฒนาการเพราะขาดโอกาสในการอ่านและเข้าถึงหนังสือ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่พ่อแม่ คนในครอบครัว หรือผู้เลี้ยงดู รวมทั้งชุมชนต้องร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมคุณค่าของหนังสือและการอ่านให้กับเด็ก ๆ   

วิกฤตพัฒนาการสติปัญญาและภาษาของเด็กไทย

ที่ผ่านมา หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ประเทศไทยเผชิญคือ พัฒนาการของเด็กปฐมวัย โดยจากผลการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยในปี 2562 พบว่า เด็กปฐมวัยไทย (อายุต่ำกว่า 5 ปี) มีพัฒนาการสมวัย ร้อยละ 92.3 เป็นอันดับที่ 7 จาก 80 ประเทศที่มีรายได้ต่ำหรือปานกลาง  โดยพบว่าเด็กไทยมีพัฒนาการด้านสติปัญญาและภาษาต่ำสุด (เมื่อเทียบกับพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและกล้ามเนื้อ พัฒนาการด้านสังคม และพัฒนาการด้านการเรียนรู้) อยู่ที่ร้อยละ 61 ในเด็กผู้ชาย และร้อยละ 64 ในเด็กผู้หญิง

ในรายละเอียดพบว่า เด็กที่พ่อแม่มีการศึกษาสูงกว่าจะมีพัฒนาการสมวัยมากกว่าครอบครัวซึ่งพ่อแม่มีการศึกษาน้อยกว่าถึงร้อยละ 34 โดยเมื่อแบ่งตามระดับความมั่งคั่งพบว่า เด็กในครอบครัวที่ร่ำรวยจะมีพัฒนาการสมวัยมากกว่าครอบครัวยากจน

ครอบครัวมีส่วนสำคัญในเรื่องพัฒนาการของเด็ก การที่เด็กไม่ได้อยู่กับพ่อแม่มีส่วนทำให้การเรียนรู้ต่ำ เพราะไม่มีคนช่วยสอนการบ้านหรือทำกิจกรรม เช่น อ่านหนังสือ เล่าเรื่อง หรือเล่นกับเด็ก อีกทั้งการขาดความรู้ด้านโภชนาการ หรือสภาวะอันเกิดจากทุพโภชนาการ มีผลทำให้อัตราการเรียนรู้ต่ำด้วยเช่นกัน

 

ความมหัศจรรย์ของหนังสือและการอ่าน

จากวิกฤตสถานการณ์พัฒนาการของเด็กปฐมวัย หนึ่งทางที่สามารถแก้ไขได้คือ การใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูควรเล่นและอ่านหนังสือกับเด็กให้มากขึ้น

การทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การหัดเรียกชื่อ นับเลข วาดรูป การเล่านิทาน การอ่านหนังสือ การดูสมุดภาพ การร้องเพลง การพาเด็กไปเล่นนอกบ้าน ฯลฯ ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยมากขึ้นร้อยละ 2 โดยเฉพาะการอ่านหนังสือจะช่วยกระตุ้นสมองให้เกิดวงจรการเรียนรู้ การออกเสียง เพิ่มคลังคำศัพท์ และสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัว

การอ่านหรือฝึกภาษาในเด็กทำได้ตั้งแต่ยังเล็กก่อนจะถึงวัยเข้าโรงเรียน เพราะเด็กปฐมวัยสามารถเรียนรู้เรื่องภาษาได้ดีที่สุด ทั้งจากการจดจำและการเลียนแบบคนรอบข้าง

หากเด็กได้ใช้ประสาทสัมผัส ตาดู หูฟัง มือสัมผัส และจินตนาการไปตามเนื้อหาในหนังสือนิทาน สมองส่วนหน้าก็จะได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่และจะนำไปสู่กระบวนการสร้าง EF (Executive Functions) หรือกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความคิด ความรู้สึก ตลอดจนการกระทำ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของการพัฒนาทักษะอื่นๆ ต่อไป

การอ่านทำให้เด็กมีทักษะการสื่อสาร ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน เหมาะสมตามวัย ตลอดจนสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและทำให้เกิดการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต (Lifelong Learning) เป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อการเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

 

จากการเสวนาวิชาการ “นโยบายที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัยด้วยวัฒนธรรมการอ่าน เพื่อสร้างพลังสังคมแห่งอนาคต” โดยแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ และภาคีเครือข่าย ในปี 2565 ได้นำเสนอข้อดีของการอ่านหนังสือ และการที่พ่อแม่ผู้ปกครองอ่านหนังสือให้เด็กฟังว่า

- การอ่านหนังสือสร้างสายสัมพันธ์ ระหว่างที่พ่อแม่ผู้ปกครองอ่านหนังสือให้เด็กฟังจะเกิดความรักความผูกพันจากความใกล้ชิด

- การอ่านหนังสือพัฒนาทักษะภาษา การอ่านหนังสือออกเสียงให้เด็กฟัง ช่วยให้เกิดการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ และฝึกการออกเสียง

- การอ่านหนังสือพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของสมอง หนังสือช่วยวางรากฐานทักษะทางสังคม ฝึกควบคุมอารมณ์ หนังสือเป็นเหมือนโลกใบใหม่ของเด็กขณะที่ยังไม่ได้ออกไปเผชิญกับสังคมภายนอก

- การอ่านหนังสือช่วยเพิ่มสมาธิและฝึกวินัย ทุกครั้งที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองอ่านหนังสือให้เด็กฟัง จะเป็นช่วงเวลาที่เด็กเกิดความสนใจและจดจ่อที่อยากจะฟังต่อเรื่อย ๆ

- การอ่านหนังสือช่วยสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เมื่อเด็ก ๆ คิดตามหนังสือและเชื่อมโยงเรื่องราว

- การอ่านหนังสือช่วยสร้างนิสัยรักการอ่าน รักและหวงแหนหนังสือ

- การอ่านหนังสือช่วยสร้างความเป็นเลิศทางการเรียนรู้ เนื่องจากเด็กจะได้รับชุดความรู้จากการที่ผู้ใหญ่อ่านให้ฟัง

อุปสรรคบนเส้นทางการเข้าถึงหนังสือ

การอ่านและหนังสือมีคุณค่ากับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย แต่พ่อแม่หรือผู้ปกครองบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจหรือความตระหนัก ทั้งยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้เด็กไทยเข้าไม่ถึงหนังสือและการอ่าน

หลายครอบครัวมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะจัดหาหนังสือให้ลูก บางครอบครัวในพื้นที่ชนบทอยู่ห่างจากห้องสมุดและร้านหนังสือ เด็กบางส่วนถูกสื่ออื่น ๆ แย่งความสนใจไปจากหนังสือ และการอ่าน

จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติซึ่งสนับสนุนโดยองค์การยูนิเซฟ ในปี 2562 พบว่า มีครอบครัวเพียงร้อยละ 34 เท่านั้น ที่มีหนังสือสำหรับเด็กอย่างน้อย 3 เล่ม หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ที่มีหนังสือในบ้าน ซึ่งนับว่าน้อยมาก ครัวเรือนที่ฐานะยากจน มีหนังสือสำหรับเด็กเพียงร้อยละ 14 มีเด็กปฐมวัยที่ยังเข้าไม่ถึงหนังสือกว่า 1.1 ล้านครัวเรือน

ข้อมูลจากสมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ระบุว่า เด็กอยากอ่านหนังสือ แต่ผู้ปกครองไม่ซื้อ เพราะเป็นภาระที่ผู้ปกครองจะต้องอ่านให้ฟัง ต่างกับการใช้อุปกรณ์ เช่น แท็บเล็ต ซึ่งผู้ปกครองสามารถปล่อยให้เด็กใช้ได้ด้วยตัวเอง

ที่ผ่านมาพบว่า เด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์สูงถึงร้อยละ 53 การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์มากอาจทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว ดื้อ ซน ไม่เชื่อฟัง ทั้งยังมีผลด้านลบต่อพัฒนาการทางด้านภาษา การเรียนรู้ สติปัญญา สังคม ฯลฯ

พลังชุมชนเพื่อการอ่านและการเรียนรู้

นอกจากครอบครัวแล้ว ชุมชนมีส่วนช่วยให้เด็ก ๆ เข้าถึงหนังสือและการอ่านได้มากขึ้น จึงมีโครงการอย่างเช่น “โครงการส่งเสริมการอ่านในชุมชน” ได้จัดตั้งห้องสมุดให้เด็กและผู้ปกครองยืมหนังสือไปอ่าน ทำให้คนในชุมชนสามารถร่วมดูแลเด็กและสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน

ตัวอย่างและต้นแบบของชุมชนซึ่งเห็นความสำคัญของหนังสือกับเด็กปฐมวัย เช่น ชุมชนเก้าพัฒนา ย่านรามคำแหง 39 เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ซึ่งได้จัดทำพื้นที่เรียนรู้ประจำชุมชนให้เด็กและผู้ปกครองมาทำกิจกรรมร่วมกันในเวลาว่าง ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือนิทาน รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่อยอดเนื้อหาจากในหนังสือ เช่น ปลูกผัก ทำไอศกรีมจากน้ำสมุนไพร ฯลฯ

 

 

 

ทั้งยังมีการจัดทำข้อตกลงที่พ่อแม่ผู้ปกครองและเด็กต้องปฏิบัติร่วมกัน เช่น ผู้ปกครองควรมีเวลาให้บุตรหลานในการอ่านนิทานอย่างน้อยวันละ 15 นาที, ผู้ปกครองควรมีหนังสือนิทานอย่างน้อย 3 เล่ม ไว้ในบ้าน, แกนนำชุมชนควรจัดสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในการทำกิจกรรม, ผู้ปกครองควรอนุญาตให้บุตรหลานเข้าร่วมกิจกรรมการอ่านในชุมชนอย่างต่อเนื่อง, ในชุมชนควรมีสวัสดิการมอบชุดหนังสือเป็นของขวัญสำหรับเด็กแรกเกิดให้กับทุกครอบครัว เป็นต้น

 

 

ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเด็กต้องเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน ไม่สามารถไปอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมที่ศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน ทางชุมชนได้จัดทำห้องสมุดเคลื่อนที่ขนาดย่อมหรือ “รถเข็นนิทานมหาสนุก” เพื่อนำหนังสือไปให้บริการเด็ก ๆ ถึงบ้าน

‘สวัสดิการหนังสือ’ การอ่านสร้างเด็ก…เด็กสร้างโลก

การส่งเสริมการอ่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ด้อยโอกาสมาพร้อมกับความท้าทาย นอกจากจะขาดแคลนหรือเข้าไม่ถึงหนังสือแล้ว ยังหา “หนังสือที่เหมาะสมกับช่วงวัยและตรงใจผู้อ่าน” ได้ยาก ซึ่งส่งผลต่อการอ่านอย่างมีคุณภาพ

จึงทำให้เกิด “โครงการ 1 อ่านล้านตื่น” เพื่อสร้างวัฒนธรรมการอ่านและรณรงค์เปลี่ยนทัศนคติในการบริจาคหนังสือ เพื่อสร้างโอกาสให้กับคนในพื้นที่ขาดแคลนได้มีโอกาสในการเลือกหนังสือคุณภาพที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เหมาะสมกับช่วงวัย และตรงใจอยากอ่าน (ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.happyreading.in.th หรือเพจ "อ่านยกกำลังสุข")

นอกจากนี้ สสส. ยังได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย “สวัสดิการหนังสือ 3 เล่ม เพื่อเด็กแรกเกิด” ภายใต้แนวคิด อ่านสร้างลูก ลูกสร้างโลก เพื่อผลักดันให้เด็กปฐมวัยมีหนังสือนิทานอย่างน้อย 3 เล่ม และทำให้สังคมเห็นว่านโยบายดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้จริง

จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้เด็กเล็กมีพัฒนาด้านการอ่านน้อยลงและส่งผลกระทบต่อพัฒนาการหลากหลายด้าน สสส. ได้สนับสนุนสร้างเสริมการอ่านในเด็กปฐมวัยโดยจัดสวัสดิการหนังสือ 3 เล่มให้กับครอบครัวของเจ้าหน้าที่ ทั้งยังเชิญชวนองค์กรและชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศมาร่วมทำนโยบายนี้ให้เกิดขึ้น เพราะเชื่อว่า นักอ่านในวันนี้จะเป็นผู้นำในอนาคต

เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กไทยทุกคนมีโอกาสที่จะเปิดรับพลังการเปลี่ยนแปลงของการอ่าน จึงเป็นความท้าทายร่วมกันของทั้งพ่อแม่ คนเลี้ยงดู ชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคตที่สดใสสำหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไป

อ้างอิง

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง, วิกฤตเด็กไทย 'อ่าน-เขียนไม่ได้' ต่ำมาตรฐานโลก ทางตันการแข่งขันประเทศ, 19

มีนาคม 2566, https://www.komchadluek.net/quality-life/equity/545127

สิรินยา วัฒนสุขชัย, ทำไมเด็กวัยเรียนส่วนหนึ่งถึงอ่านเขียนไม่ได้ ข้อสังเกตที่ Big Data อาจช่วยให้คำตอบ, 27

ธันวาคม 2565, https://plus.thairath.co.th/topic/speak/102597

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, BKK-เรนเจอร์ รวมพลังเด็กเปลี่ยนเมือง Kick off  ราม 39

อ่านยกกำลังสุขโมเดล ขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหา Learning Loss, 23 กันยายน 2565, https://www.thaihealth.or.th/bkk-เรนเจอร์-รวมพลังเด็กเป/

thaipbs.or.th, เปิดผลสำรวจพัฒนาการสติปัญญา–ภาษา "เด็กไทย" แนะเล่น-อ่านหนังสือกระตุ้น, 26

มิถุนายน 2565, https://www.thaipbs.or.th/news/content/316965

thairath.co.th, 7 ข้อดี อ่านหนังสือ กระตุ้นพัฒนาการเด็ก ห่วงครอบครัวรายได้น้อยขาดแคลน, 11 เมษายน

2565, https://www.thairath.co.th/news/local/2365677

งานบทความที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ

ส่วนที่ 3 บริบท เครื่องมือ สื่อ ปัจจัยเอื้อ นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาวะในประเด็นกิจกรรมทางกายที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเป้าหมายต่างๆ
1747913281.JPG

Admin ID3

ส่วนที่ 3 บริบท เครื่องมือ สื่อ ปัจจัยเอื้อ นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาวะใ...

ส่วนที่ 3 : บริบทแวดล้อม และปัจจัยเอื้อ เครื่องมือ โปรแกรม สื่อ ในการสร้างเสริมสุขภาวะด้านสุขภาพจิตที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย
1747913281.JPG

Admin ID3

ส่วนที่ 3 : บริบทแวดล้อม และปัจจัยเอื้อ เครื่องมือ โปรแกรม สื่อ ในการส...

ตลาดบุหรี่ไฟฟ้าเติบโต เสี่ยงผลกระทบสุขภาพวัยรุ่น
1708931705.jpg

Super Admin ID1

ตลาดบุหรี่ไฟฟ้าเติบโต เสี่ยงผลกระทบสุขภาพวัยรุ่น

เข้าใจความหลากหลายในบ้าน สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับลูก LGBTQ
1708931705.jpg

Super Admin ID1

เข้าใจความหลากหลายในบ้าน สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับลูก LGBTQ

การสื่อสารระหว่าง Generation Gap เปลี่ยน ‘ช่องว่าง’ ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์
1708931705.jpg

Super Admin ID1

การสื่อสารระหว่าง Generation Gap เปลี่ยน ‘ช่องว่าง’ ให้เป็นพื้นที่สร้า...

งานบทความที่เกี่ยวข้อง

สร้างรากฐานชีวิตเด็ก ๆ ด้วยหนังสือ ไม่มีวิธีการสื่อสารใดทดแทนการอ่านได้

Super Admin ID1

การอ่านไม่เพียงเปิดโลกแห่งความรู้และจินตนาการ แต่ยังส่งเสริมทักษะที่จำเป็นซึ่งเด็ก ๆ ต้องพกติดตัวไปตลอดชีวิต แม้ว่าปัจจุบันจะมีสื่ออื่น ๆ มากมาย แต่หนังสือและการอ่านยังคงมีความสำคัญเสมอ