1

0

pnk.

ผู้เขียน :pnk.

อัพเดทเมื่อวันที่ : 2026-02-22 20:45:33

บทนำ

การมีกิจกรรมทางกายหรือการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอนั้น นอกจากจะทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังมีผลต่อการป้องกันสารพัดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่คุกคามสุขภาพของคนไทย จนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตถึงร้อยละ 73 ของประชาชน

 

ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก "กิจกรรมทางกาย" (Physical Activity) หมายถึง การเคลื่อนไหวของร่างกายโดยกล้ามเนื้อโครงร่าง (Skeletal Muscles) ที่ทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานที่ส่งผลต่อสุขภาพ และมีการใช้พลังงานของร่างกายมากกว่าในขณะพัก หรือจะพูดกันแบบบ้าน ๆ ได้ว่า หมายถึง "กิจกรรมที่ร่างกายได้ออกแรง…จนรู้สึกเหนื่อย"
 

          ดังนี้แล้ว ทุกการขยับเคลื่อนไหว จึงนับได้ว่าเป็นกิจกรรมทางกายทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องแบ่งเป็น 3 ระดับตามการใช้แรงกาย ได้แก่ ระดับเบา ระดับปานกลาง และระดับหนัก

          ซึ่งแม้แต่จะเป็นระดับเบา (Active Lifestyle) คือแค่การทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ การแกว่งแขน หรือการเดินเล่นสบาย ๆ ก็ถือว่ามีผลดีต่อสุขภาพ เพราะช่วยลดโรค และถ้าทำต่อเนื่องยังสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินในร่างกายได้อีกด้วย

ออกกำลังกาย

 

แต่จะดียิ่งขึ้นถ้าสามารถยกระดับกิจกรรมทางกายขึ้นมาให้ถึงระดับปานกลางหรือหนัก เพราะจะเป็นระดับที่พอเพียงและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยตรง โดย "ระดับปานกลาง" ส่วนใหญ่ที่คุ้นเคยกันก็คือ "การออกกำลังกาย" (Exercise) ซึ่งจะให้ผลดีต่อร่างกายแตกต่างกันไป เพราะถ้าเป็นการออกกำลังกายที่เน้นการยืดเหยียดเช่น โยคะ พิลาทีส ฯลฯ จะส่งผลในด้านการเพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ
 

ออกกำลังกาย

 

ส่วนคนที่ชอบออกกำลังกายในแนวคาร์ดิโอ ทั้งการเต้น การวิ่ง ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ ฯลฯ จะได้ผลชัดเจนในเรื่องของความแข็งแรงของระบบหัวใจ ปอด และกล้ามเนื้อ ในขณะที่คนซึ่งออกกำลังกายแบบหนักขึ้นมาอีก เช่น การยกน้ำหนัก บาร์เบล วิดพื้น ฯลฯ ที่นอกจากจะได้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมากกว่าแล้ว ยังได้ผลดีในด้านความแข็งแรงของข้อต่อ กระดูก เพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน และเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อได้อีกด้วย
 

ออกกำลังกาย

 

คราวนี้มาถึงพวกที่มีกิจกรรมทางกาย "ระดับหนัก" ที่เกิดจากการเคลื่อนไหวร่างกายที่ทำซ้ำต่อเนื่อง โดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ตัวอย่างคือการเล่นกีฬา (Sport) เช่น ฟุตบอล แบตมินตัน เทนนิส วิ่งมาราธอน มวยปล้ำ ฯลฯ จัดเป็นกลุ่มที่ได้ผลดีตามประเภทของกีฬาที่เล่น รวมทั้งยังได้ในแง่ของความภาคภูมิใจในชัยชนะและผลรางวัลที่ได้รับอีกทางหนึ่งด้วย

ออกกำลังกาย

 

ซึ่งถ้าจะวัดผลกันจริงจัง ว่ากิจกรรมทางกายที่ตัวเองทำอยู่นั้นเป็นแบบไหน หลายคนอาจจะต้องพึ่งพาเครื่องมือวัดอัตราการเต้นของหัวใจ แต่ถ้าไม่มีอุปกรณ์ก็ลองใช้วิธีแสนง่ายทำได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยการทดสอบการพูด (Talk test) คือถ้ายังร้องเพลงได้ พูดประโยคยาว ๆ ได้ ถือว่าเป็นกิจกรรมทางกายระดับเบา หรือถ้ายังพอพูดโต้ตอบได้ แต่เริ่มหายใจแรง มีเหงื่อซึม ๆ ให้ถือว่าเป็นกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง ส่วนพวกระดับหนักนั้น จะสังเกตเห็นได้ง่ายจากการที่ไม่สามารถพูดโต้ตอบได้อย่างปกติ พูดจาเหนื่อยหอบไม่ครบประโยค

          สุดท้ายคือไม่ว่าจะเลือกกิจกรรมทางกายแบบไหน ขอให้ขยับบ่อย ๆ เป็นดี แถมต้องมีดอกจันตัวโต ๆ ด้วยว่า ควรทำอย่างต่อเนื่องครั้งละ 10 นาทีขึ้นไป และสะสมให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์  รู้แล้วอย่ามัวเนือยนิ่ง ลุกมาขยับกันทันที จัดไป !!
 

ดูเคล็ดลับ ลดพุง ลดโรค เพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaihealthlifestyle.com
 

อ้างอิง

https://knowledgesharing.thaihealth.or.th/home/add

 

งานบทความที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ

ส่วนที่ 1 : สถานการณ์สุขภาพจิตระดับประเทศ และยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน ของ สสส. และภาคี
1747913281.JPG

Admin ID3

ส่วนที่ 1 : สถานการณ์สุขภาพจิตระดับประเทศ และยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน ของ...

สอนลูกให้รอดจากการคุกคามทางเพศ
1708931705.jpg

Super Admin ID1

สอนลูกให้รอดจากการคุกคามทางเพศ

คลื่นความร้อน:  สัญญาณวิกฤติภูมิอากาศและภัยคุกคามสุขภาพ
1708931705.jpg

Super Admin ID1

คลื่นความร้อน: สัญญาณวิกฤติภูมิอากาศและภัยคุกคามสุขภาพ

ลด ละ เลิกเหล้า ด้วยพลังของชุมชน
1708931705.jpg

Super Admin ID1

ลด ละ เลิกเหล้า ด้วยพลังของชุมชน

“ปทุมวันโมเดล” ต้นแบบเขตมลพิษต่ำ การต่อสู้กับ PM2.5 ของกรุงเทพฯ
1708931705.jpg

Super Admin ID1

“ปทุมวันโมเดล” ต้นแบบเขตมลพิษต่ำ การต่อสู้กับ PM2.5 ของกรุงเทพฯ

งานบทความที่เกี่ยวข้อง

สุขภาพดี…เพราะมีสวน ‘พื้นที่สีเขียว’ ตัวกระตุ้นกิจกรรมทางกาย

Super Admin ID1

Highlight

• กิจกรรมทางกายคือ การทำกิจกรรมให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวและเผาผลาญพลังงาน อย่างเช่น การเดิน ปั่นจักรยาน เล่นกีฬา ฯลฯ รวมไปถึงทำกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งในวัยผู้ใหญ่ควรมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์

• ในปี 2562 ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 คนไทยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอร้อยละ 74.6 หลังการแพร่ระบาดในปี 2563 กิจกรรมทางกายลดลงเหลือร้อยละ 55.5 และปี 2564 ระดับกิจกรรมทางกายที่เพียงพอขยับขึ้นเป็นร้อยละ 63.0 อีกร้อยละ 11.6 ยังไม่สามารถฟื้นคืนกิจกรรมทางกายได้

• การเข้าถึงสวนสาธารณะ สวนหย่อม และพื้นที่สีเขียวอื่น ๆ กระตุ้นให้ผู้คนบรรลุการทำกิจกรรมทางกาย อย่างเช่น เดิน วิ่ง ขี่จักรยาน หรือเล่นกีฬา เพราะการมีพื้นที่สีเขียวช่วยให้กิจกรรมทางกายสนุกสนานยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้ประชากรมีสุขภาพดี และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย

 

หากเคยสังเกต คุณเองอาจจะได้พบว่า พื้นที่สีเขียวใกล้ ๆ ตัวสามารถสร้างแรงกระตุ้นให้รู้สึกอยากออกไปทำกิจกรรมทางกายมากขึ้น และถ้ามากเพียงพอ กิจกรรมทางกายเหล่านั้นจะส่งผลดีต่อสุขภาพ

ที่ผ่านมามีหลายผลการศึกษาระบุตรงกันถึงความสัมพันธ์ของพื้นที่สีเขียวต่อสุขภาวะในเชิงบวก ทำให้หลายประเทศทั่วโลกมีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนและปรับปรุงคุณภาพพื้นที่สีเขียวในเมือง ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในฐานะที่เป็นกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ

แต่ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแต่ละเมืองต่างมีปัญหาของตัวเอง เช่น พื้นที่ไม่เพียงพอหรือพื้นที่ใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพหรือเข้าถึงได้ยาก เช่นเดียวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงของประเทศไทย