1

0

pnk.

ผู้เขียน :pnk.

อัพเดทเมื่อวันที่ : 2026-04-12 15:28:55

บทนำ

การมีกิจกรรมทางกายหรือการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอนั้น นอกจากจะทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังมีผลต่อการป้องกันสารพัดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่คุกคามสุขภาพของคนไทย จนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตถึงร้อยละ 73 ของประชาชน

 

ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก "กิจกรรมทางกาย" (Physical Activity) หมายถึง การเคลื่อนไหวของร่างกายโดยกล้ามเนื้อโครงร่าง (Skeletal Muscles) ที่ทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานที่ส่งผลต่อสุขภาพ และมีการใช้พลังงานของร่างกายมากกว่าในขณะพัก หรือจะพูดกันแบบบ้าน ๆ ได้ว่า หมายถึง "กิจกรรมที่ร่างกายได้ออกแรง…จนรู้สึกเหนื่อย"
 

          ดังนี้แล้ว ทุกการขยับเคลื่อนไหว จึงนับได้ว่าเป็นกิจกรรมทางกายทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องแบ่งเป็น 3 ระดับตามการใช้แรงกาย ได้แก่ ระดับเบา ระดับปานกลาง และระดับหนัก

          ซึ่งแม้แต่จะเป็นระดับเบา (Active Lifestyle) คือแค่การทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ การแกว่งแขน หรือการเดินเล่นสบาย ๆ ก็ถือว่ามีผลดีต่อสุขภาพ เพราะช่วยลดโรค และถ้าทำต่อเนื่องยังสามารถช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินในร่างกายได้อีกด้วย

ออกกำลังกาย

 

แต่จะดียิ่งขึ้นถ้าสามารถยกระดับกิจกรรมทางกายขึ้นมาให้ถึงระดับปานกลางหรือหนัก เพราะจะเป็นระดับที่พอเพียงและส่งผลดีต่อสุขภาพโดยตรง โดย "ระดับปานกลาง" ส่วนใหญ่ที่คุ้นเคยกันก็คือ "การออกกำลังกาย" (Exercise) ซึ่งจะให้ผลดีต่อร่างกายแตกต่างกันไป เพราะถ้าเป็นการออกกำลังกายที่เน้นการยืดเหยียดเช่น โยคะ พิลาทีส ฯลฯ จะส่งผลในด้านการเพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ
 

ออกกำลังกาย

 

ส่วนคนที่ชอบออกกำลังกายในแนวคาร์ดิโอ ทั้งการเต้น การวิ่ง ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ ฯลฯ จะได้ผลชัดเจนในเรื่องของความแข็งแรงของระบบหัวใจ ปอด และกล้ามเนื้อ ในขณะที่คนซึ่งออกกำลังกายแบบหนักขึ้นมาอีก เช่น การยกน้ำหนัก บาร์เบล วิดพื้น ฯลฯ ที่นอกจากจะได้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมากกว่าแล้ว ยังได้ผลดีในด้านความแข็งแรงของข้อต่อ กระดูก เพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน และเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อได้อีกด้วย
 

ออกกำลังกาย

 

คราวนี้มาถึงพวกที่มีกิจกรรมทางกาย "ระดับหนัก" ที่เกิดจากการเคลื่อนไหวร่างกายที่ทำซ้ำต่อเนื่อง โดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ตัวอย่างคือการเล่นกีฬา (Sport) เช่น ฟุตบอล แบตมินตัน เทนนิส วิ่งมาราธอน มวยปล้ำ ฯลฯ จัดเป็นกลุ่มที่ได้ผลดีตามประเภทของกีฬาที่เล่น รวมทั้งยังได้ในแง่ของความภาคภูมิใจในชัยชนะและผลรางวัลที่ได้รับอีกทางหนึ่งด้วย

ออกกำลังกาย

 

ซึ่งถ้าจะวัดผลกันจริงจัง ว่ากิจกรรมทางกายที่ตัวเองทำอยู่นั้นเป็นแบบไหน หลายคนอาจจะต้องพึ่งพาเครื่องมือวัดอัตราการเต้นของหัวใจ แต่ถ้าไม่มีอุปกรณ์ก็ลองใช้วิธีแสนง่ายทำได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยการทดสอบการพูด (Talk test) คือถ้ายังร้องเพลงได้ พูดประโยคยาว ๆ ได้ ถือว่าเป็นกิจกรรมทางกายระดับเบา หรือถ้ายังพอพูดโต้ตอบได้ แต่เริ่มหายใจแรง มีเหงื่อซึม ๆ ให้ถือว่าเป็นกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง ส่วนพวกระดับหนักนั้น จะสังเกตเห็นได้ง่ายจากการที่ไม่สามารถพูดโต้ตอบได้อย่างปกติ พูดจาเหนื่อยหอบไม่ครบประโยค

          สุดท้ายคือไม่ว่าจะเลือกกิจกรรมทางกายแบบไหน ขอให้ขยับบ่อย ๆ เป็นดี แถมต้องมีดอกจันตัวโต ๆ ด้วยว่า ควรทำอย่างต่อเนื่องครั้งละ 10 นาทีขึ้นไป และสะสมให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์  รู้แล้วอย่ามัวเนือยนิ่ง ลุกมาขยับกันทันที จัดไป !!
 

ดูเคล็ดลับ ลดพุง ลดโรค เพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaihealthlifestyle.com
 

อ้างอิง

https://knowledgesharing.thaihealth.or.th/home/add

 

งานบทความที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ

ส่วนที่ 2 กลไก และกระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะในประเด็นกิจกรรมทางกายที่เกี่ยวเนื่องกับกรอบแนวคิดหลัก สสส. และสอดคล้องกับปัจจัยกำหนดสุขภาพ
1747913281.JPG

Admin ID3

ส่วนที่ 2 กลไก และกระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะในประเด็นกิจกรรมทางกายที่เ...

ส่วนที่ 3 : บริบทแวดล้อม และปัจจัยเอื้อ เครื่องมือ โปรแกรม สื่อ ในการสร้างเสริมสุขภาวะด้านสุขภาพจิตที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย
1747913281.JPG

Admin ID3

ส่วนที่ 3 : บริบทแวดล้อม และปัจจัยเอื้อ เครื่องมือ โปรแกรม สื่อ ในการส...

ยืดได้ ยืดดี 6 ท่ายืดกล้ามเนื้อป้องกันออฟฟิศซินโดรม
defaultuser.png

สิมาภรณ์ เอกวิลัย

ยืดได้ ยืดดี 6 ท่ายืดกล้ามเนื้อป้องกันออฟฟิศซินโดรม

อุบัติเหตุบนท้องถนน คนเดินเท้าเสี่ยงเสียชีวิต-บาดเจ็บมากสุด
1708931705.jpg

Super Admin ID1

อุบัติเหตุบนท้องถนน คนเดินเท้าเสี่ยงเสียชีวิต-บาดเจ็บมากสุด

แผนผังโครงสร้างระบบ (Site map)
1748965111.jfif

Super Admin ID2

แผนผังโครงสร้างระบบ (Site map)

งานบทความที่เกี่ยวข้อง

ถึงเวลาเลิกพฤติกรรมเนือยนิ่ง เสริมแกร่งร่างกายห่างไกลโรค

Super Admin ID1

Highlight

พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) คือ กิจกรรมที่แทบไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น  นั่งดูโทรทัศน์ เล่นเกม ขับรถ ใช้คอมพิวเตอร์ ใช้โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต จนเกิดเป็นพฤติกรรมติดจอทําให้มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ

การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ตามมา โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน เช่น โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ และมะเร็ง

สำหรับกิจกรรมทางกายแบ่งเป็นระดับเบา รู้สึกเหนื่อยน้อย เช่น ยืน เดินระยะสั้น ๆ ฯลฯ ระดับปานกลาง กิจกรรมที่รู้สึกเหนื่อยไม่มาก เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ทํางานบ้าน ฯลฯ  และระดับหนัก กิจกรรมที่ทําให้รู้สึกเหนื่อยมาก ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น วิ่ง เดินขึ้นบันได ออกกําลังกาย เล่นกีฬา ฯลฯ

 

----

 

เมื่อกลับมาทำงานในออฟฟิศอีกครั้ง หลังจากเวิร์คฟอร์มโฮมยาวช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ชีวิตของเราก็กลับเข้าสู่โหมดเดิม ๆ ทุก ๆ วัน เหมือนเอาร่างกายผูกติดอยู่กับโต๊ะเก้าอี้เป็นระยะเวลานาน การลุกขึ้นเดินเพียงระยะสั้น ๆ ก็กลายเป็นเรื่องยาก แม้แต่การเปลี่ยนอริยาบถไปทำกิจกรรมห่างจากโต๊ะทำงานเพียงไม่กี่นาทีก็ยังไม่มีเวลา ไม่ต้องพูดถึงการออกกำลังกาย นอกจากนั่งโต๊ะทำงานเป็นเวลาแปดชั่วโมงต่อวัน ห้าวันต่อสัปดาห์แล้ว แถมบางคนนั่งนิ่ง ๆ บนรถระหว่างการเดินทาง แล้วยังดูโทรทัศน์ เล่มเกม ใช้โทรศัพท์มือถืออีกต่างหาก

หนึ่งวันในชีวิตคนทำงานส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการนั่งนิ่งเสียครึ่งค่อน ด้วยพฤติกรรมเช่นนี้ทำให้เกิดผลเสียต่อสมรรถภาพร่างกาย ทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ไม่เพียงเท่านั้น ยังอาจส่งผลกระทบต่อครอบครัว สังคม และประเทศด้วย

ทุกคนจึงควรให้ความสำคัญกับพฤติกรรมเนือยนิ่งนี้ และเริ่มต้นแก้ไข ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร โดยส่งเสริมสนับสนุนให้มีการทำกิจกรรมทางกายให้เพียงพอ