0

0

ผู้เขียน :Super Admin ID1

อัพเดทเมื่อวันที่ : 2026-01-04 03:13:15

บทนำ

ทุกปี มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ต้องสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ โศกนาฏกรรมเหล่านี้อาจไม่เกิดขึ้น หากผู้โดยสารจักรยานยนต์อายุน้อยได้สวมหมวกนิรภัย

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก พบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สถิติการเสียชีวิตของเด็กอายุ 1-14 ปี จากอุบัติเหตุและความรุนแรง มีจำนวนถึง 32,297 ราย โดยสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กมาจากการโดยสารรถจักรยานยนต์

ขณะที่ข้อมูลการสํารวจของมูลนิธิไทยโรดส์ เรื่องอัตราการสวมหมวกนิรภัยรวมทั้งประเทศ ปี 2562 ในการสำรวจจำแนกตามกลุ่มอายุพบว่า กลุ่มเด็ก (ผู้โดยสาร) ใส่หมวกนิรภัยน้อยที่สุดเพียงร้อยละ 8 เท่านั้น

ด้วยตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องจริงจังมากขึ้นกับการสร้างความตระหนักและให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อยบนอานจักรยานยนต์

เช่นที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายรณรงค์สวมใส่หมวกนิรภัย เพื่อปลูกฝังวินัยเรื่องความปลอดภัยให้เด็ก รวมถึงสร้างความตระหนักให้กับผู้ปกครองและสถานศึกษา หาวิธีเพื่อปกป้องชีวิตเด็ก ๆ รวมถึงการผลักดันให้โรงเรียนสร้างที่เก็บหมวกกันน็อกเพื่อป้องกันปัญหาผู้ปกครองลืมหมวกกันน็อกของบุตรหลาน

“หมวกกันน็อก” ฮีโร่ของเด็ก ๆ จริงหรือ?

ประสิทธิผลของการสวมหมวกนิรภัยหรือหมวกกันน็อกสำหรับรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน จากผลงานวิจัยของศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) พบว่า การสวมหมวกนิรภัยช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตเนื่องจากการบาดเจ็บที่ศีรษะได้ ร้อยละ 43 สำหรับผู้ขับขี่ และร้อยละ 58 สำหรับผู้นั่งซ้อนท้าย ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า การสวมหมวกนิรภัยมีส่วนลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลงได้มากกว่า 200,000 บาทต่อคน (โดยประมาณ)

 

การทำงานของหมวกนิรภัย

หมวกนิรภัยป้องกันการสัมผัสโดยตรงระหว่างกะโหลกศีรษะกับสิ่งที่มากระทบ ทำหน้าที่ป้องกันศีรษะจากวัตถุที่มาชน ที่สำคัญหมวกนิรภัยมีจุดประสงค์ลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บที่สมองและศีรษะอย่างรุนแรง โดยการลดแรงกระแทกหรือการชนเข้ากับศีรษะ วัสดุอ่อนนุ่มที่เป็นส่วนหนึ่งของหมวกนิรภัยจะดูดซับแรงสะเทือนทำให้ศีรษะหยุดหรือเคลื่อนที่ช้าลง สมองจะได้ไม่ชนกับกะโหลกอย่างรุนแรง หมวกนิรภัยจะกระจายแรงกระแทกไปยังพื้นที่ที่กว้างขึ้น ทำให้แรงกระแทกไม่ไปรวมอยู่ ณ พื้นที่เล็ก ๆ ส่วนใดส่วนหนึ่งของกะโหลกเท่านั้น

วิธีเลือกหมวกกันน็อกให้น้อง

- เลือกหมวกกันน็อกที่มีขนาดพอดีกับศีรษะ เด็กอายุ 2-4 ปี ใช้หมวกขนาด 500 มม. เด็กอายุ 5-8 ปี ใช้หมวกขนาด 530-540 มม. เด็กอายุมากกว่า 8 ปี ใช้หมวกขนาด 570-580 มม.

- มีสายรัดคางดี ไม่หลุดง่าย

- ไม่หนักเกินไป เพราะกล้ามเนื้อต้นคอของเด็กยังไม่แข็งแรง อาจทำให้กระดูกต้นคอหัก เมื่อชนกระแทก

- เลือกหมวกกันน็อกที่มีตรามาตรฐานอุตสาหกรรม

 

ทุกครั้งเมื่อให้เด็กขึ้นนั่งบนรถมอเตอร์ไซค์ ต้องสวมหมวกนิรภัยให้เด็ก ๆ อย่าคิดว่าเดินทางใกล้ ๆ หรือใช้เวลาเพียงไม่นาน เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

อ้างอิง

http://trso.thairoads.org/statistic/helmet

www.roadsafetythai.org/edoc/doc_20181120164756.pdf

https://www.rakluke.com/family-lifestyle-all/news-update/item/1-3.html

งานบทความที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ

ป่าชุมชนต่อสู้ภาวะโลกร้อน
1708931705.jpg

Super Admin ID1

ป่าชุมชนต่อสู้ภาวะโลกร้อน

แผนผังโครงสร้างระบบ (Site map)
1748965111.jfif

Super Admin ID2

แผนผังโครงสร้างระบบ (Site map)

ถึงเวลาล้างพิษโซเชียลมีเดีย ช่วยปรับสุขภาพจิตให้ปลอดโปร่งขึ้น
1708931705.jpg

Super Admin ID1

ถึงเวลาล้างพิษโซเชียลมีเดีย ช่วยปรับสุขภาพจิตให้ปลอดโปร่งขึ้น

มาตรการ “หวานน้อย”  ทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
1708931705.jpg

Super Admin ID1

มาตรการ “หวานน้อย” ทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

ส่วนที่ 1 : สถานการณ์ระดับประเทศและยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนของ สสส.และภาคีเครือข่าย
1708932589.JPG

Writer hotmail

ส่วนที่ 1 : สถานการณ์ระดับประเทศและยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนของ สสส.และภาคี...

งานบทความที่เกี่ยวข้อง

อุบัติเหตุบนท้องถนน คนเดินเท้าเสี่ยงเสียชีวิต-บาดเจ็บมากสุด

Super Admin ID1

Highlight

กลุ่มคนเดินเท้ามีความเสี่ยงประสบอุบัติเหตุและมีโอกาสเสียชีวิตจากการถูกรถชนมากกว่าผู้ขับขี่และผู้โดยสาร จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชีย

ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า คนเดินถนนประสบเหตุสูงถึง 2,500 - 2,900 คนต่อปี กว่า 1 ใน 3 อยู่ในเขตกรุงเทพฯ เฉลี่ย 900 คนต่อปี ขณะที่ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน ระบุว่า ในปี 2564 มีผู้บาดเจ็บ 879,940 คน เสียชีวิต 13,425 คน

ญี่ปุ่นเข้มงวดเรื่องกฎหมายจราจรมากที่สุดประเทศหนึ่ง โดยให้ความคุ้มครองและดูแลคนเดินเท้าเป็นพิเศษ มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนเดินเท้าและจักรยานสำหรับคนทุกกลุ่มทุกวัย การทำใบขับขี่ในญี่ปุ่นเป็นเรื่องยากมาก การถูกตัดแต้มจนถูกเพิกถอนใบขับขี่จึงเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นค่อนข้างระมัดระวัง