0

0

ผู้เขียน :Super Admin ID1

อัพเดทเมื่อวันที่ : 2026-04-10 22:50:39

บทนำ

Highlight

• การแต่งเพลงคือ การแสดงความรู้สึกของการถูกกักขังหรืออุดอู้ เป็นการบอกเล่าเป้าหมายของตัวเอง รวมถึงความปรารถนาที่เป็นอิสระ และสามารถช่วยรักษา (Healing) จิตใจตัวเองได้

• มีศาสตร์การแต่งเพลงเพื่อการบำบัดซึ่งเป็นเทคนิคหนึ่งของดนตรีบำบัดที่สามารถลดความทุกข์ทางจิตใจและอาจเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือวัยรุ่นที่มีความเครียดที่ไม่ดีได้

• โครงการ “เพลงในใจ” นอกจากจะช่วยเยาวชนให้ได้ฝึกฝนขัดเกลาทักษะเรื่องการแต่งเพลงแล้ว ยังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยปลดปล่อยความเครียด ความซึมเศร้า ความวิตกกังวล ความอึดอัด โดดเดี่ยว ผิดหวัง เจ็บปวด ฯลฯ ซึ่งช่วยทำให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากไปได้

 

“เหมือนกับเป็นการบำบัด … ” “เอ็ด ชีแรน” คนดนตรีระดับโลกพูดถึงพลังของการแต่งเพลง “ทุกครั้งที่เศร้าหรือรู้สึกแย่ สิ่งหนึ่งซึ่งทำให้ผมออกมาจากตรงนั้นได้คือ การเขียนเพลงเกี่ยวกับมัน”

 

ขณะที่ “เซย์น” อดีตสมาชิก “วันไดเรคชั่น” บอยแบนด์ขวัญใจวัยรุ่นซึ่งเคยประสบปัญหาสุขภาพจิตจนต้องหยุดทำงานดนตรีไปช่วงหนึ่ง เขาบอกว่า กระบวนการแต่งเพลงเป็นประสบการณ์ที่ดีในการได้หวนคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาทั้งดี-ไม่ดีแล้วทำความเข้าใจ การเขียนสิ่งเหล่านั้นออกมาเป็นกระบวนการบำบัด ซึ่งเซย์นแนะนำให้แฟน ๆ ลองทำแบบเดียวกันกับเขา (1)

 

การสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างเช่นการแต่งเพลง นอกจากจะสร้างความบันเทิงให้กับผู้ฟังแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้แต่งในทางหนึ่งด้วย

การแต่งเพลงในฐานะเครื่องมือ ‘เยียวยา’ ใจ

การแต่งเพลงมีประโยชน์ทางด้านสุขภาพจิตคือ ช่วยคลายเครียด ปลดปล่อยอารมณ์ด้วยการแต่งเนื้อเพลงเกี่ยวกับประสบการณ์ทางอารมณ์ออกมา การแต่งเพลงยังเป็นวิธีการแสดงออก สำหรับหลายคนที่ขาดความสามารถในการแสดงออกทางวาจา การเขียนเพลงสามารถช่วยให้ผู้คนแสดงออกได้ดีขึ้นและเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่อาจทำให้จิตใจขุ่นเคือง ทั้งยังช่วยลดความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า

 

เมื่อความในใจถูกกลั่นกรองสื่อสารนำเสนอออกมาผ่านบทเพลง นั่นเป็นกระบวนการรักษา อย่างเช่นที่ แดน ชไตน์การ์ท นักดนตรีบำบัดของโรงพยาบาลเมาท์ซีนายในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พูดไว้ว่า การแต่งเพลงคือ การแสดงความรู้สึกของการถูกกักขังหรืออุดอู้ พวกเขาสามารถบอกเล่าเป้าหมายของตัวเอง รวมถึงความปรารถนาที่เป็นอิสระและช่วยรักษา (Healing) จิตใจตัวเองได้ ที่สำคัญคือ การแต่งเพลงช่วยอธิบายความรู้สึกที่คลุมเครือ คนแต่งเพลงจะรับรู้ความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น และค้นหาวิธีที่จะรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เผชิญได้ดีขึ้น (2)

 

ด้วยประโยชน์ของการแต่งเพลงที่มีผลต่อสุขภาพจิต ทำให้มีศาสตร์การแต่งเพลงเพื่อการบำบัด (Therapeutic songwriting) ซึ่งเป็นเทคนิคหนึ่งของดนตรีบำบัด (Music Therapy) ที่สามารถลดความทุกข์ทางจิตใจและปรับปรุงการมีส่วนร่วมทางสังคมในกลุ่มผู้ป่วยทางคลินิกต่าง ๆ ทั้งยังเป็นรูปแบบศิลปะที่เข้าถึงได้และอาจเป็นสื่อกลางในอุดมคติสำหรับการช่วยเหลือวัยรุ่นซึ่งมีความเครียดที่ไม่ดี (distress) ได้ (3)

 

ในช่วงการก้าวย่างเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ “ความเครียดที่ไม่ดี” มากมายเกิดขึ้นได้กับวัยรุ่นที่กำลังอยู่ระหว่างการเรียนรู้ และนำเสนออัตลักษณ์หรือตัวตน อยู่ในช่วงค้นหา พัฒนาทักษะ และสำรวจความรู้สึกของตนเองที่เปลี่ยนแปลงไป และด้วยสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ยิ่งทำให้เด็กและวัยรุ่นต้องเผชิญกับความเครียด (Stress) ความกังวล (Anxiety) และความซึมเศร้า (Depress) อย่างต่อเนื่องเพิ่มมากขึ้น

โควิดกับความทุกข์ทางใจของวัยรุ่น

หลังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ระบาด จากผลการประเมินสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นไทยโดยกรมสุขภาพจิต พบว่า ร้อยละ 28 ของเด็กและวัยรุ่นมีภาวะเครียดสูง, ร้อยละ 32 มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า ในขณะที่อีกร้อยละ 22 มีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตาย โดยเป็นการเก็บข้อมูลจากเด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปีจำนวน 183,974 คนที่เข้ามาประเมินสุขภาพจิตตนเองผ่านแอปพลิเคชั่น Mental Health Check-in ของกรมสุขภาพจิตในช่วง 18 เดือนของการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564

 

จากการสำรวจโดยยูนิเซฟยังพบว่า เด็กและเยาวชนจำนวน 7 ใน 10 คนมีสุขภาพจิตย่ำแย่ลง โดยส่วนใหญ่กังวลกับรายได้ของครอบครัว การเรียน การศึกษาและการจ้างงานในอนาคต แม้ผลกระทบด้านสุขภาพจิตในเด็กและเยาวชนจะเป็นเรื่องสำคัญและส่งผลต่อสุขภาวะของเด็กในระยะยาว แต่ประเด็นสุขภาพจิตมักถูกละเลย หรือถูกมองข้าม หรือแม้กระทั่งถูกปกปิด ถูกตีตราหรือเป็นเรื่องน่าอาย แต่ในความเป็นจริงเรื่องของสุขภาพจิตควรได้รับการดูแลใส่ใจอย่างจริงจัง และถูกหยิบยกมาพูดถึงให้เป็นเรื่องปกติ เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนที่เผชิญปัญหาด้านสุขภาพจิตได้รับการสนับสนุนและเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้สะดวกขึ้นและรวดเร็วขึ้น

 

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตของเด็กและวัยรุ่นต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะความเครียดที่สูงมากขึ้น เข้าสังคมลดลง ติดจอและเกมออนไลน์มากขึ้น มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งและความรุนแรงในครอบครัว จนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตและการฆ่าตัวตายในบางรายอีกด้วย ซึ่งควรติดตามเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิดมากขึ้นเพื่อช่วยดูแลปัญหาสุขภาพจิต (4)

‘เพลงในใจ’ เครื่องมือสื่อสารอย่างสร้างสรรค์

 

ด้วยความเชื่อมั่นว่า ดนตรีเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่ใช้สื่อสารความในใจ เพื่อเป็นช่องทางให้วัยรุ่น นักเรียน นักศึกษาได้แสดงออก สามารถผ่อนคลายความเครียดจากสถานการณ์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน และเรียนรู้การสื่อสารถึงปัญหาภายในใจผ่านงานดนตรีและบทเพลง รวมทั้งเพื่อเผยแพร่บทเพลงที่ให้กำลังใจ และสื่อสารอย่างตรงจุดกับคนรุ่นใหม่ในช่องทางสาธารณะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกับ happening จัดอบรมสอนการแต่งเพลงสำหรับกลุ่มเยาวชนที่ชื่อโครงการ “เพลงในใจ” เพื่อนำดนตรีมาใช้สื่อสารความในใจอย่างสร้างสรรค์

 

กลุ่มเป้าหมายคือ เยาวชน-นิสิต-นักศึกษา อายุ 15-22 ปี ที่สนใจศึกษาทักษะการแต่งเพลงได้มีโอกาสเรียนรู้และสื่อสารสิ่งที่อยู่ในใจผ่านศิลปะแขนงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเครียด ความเศร้าซึม หรือเรื่องอึดอัดใจ หนักใจที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต โดยจะได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์และคำแนะนำจากนักแต่งเพลงและบุคลากรทางดนตรีมืออาชีพ จากนั้นคณะกรรมการคัดเลือกเพลงจะนำไปเรียบเรียงและบันทึกเสียง​ก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ

 

เมื่อมองผ่าน 5 ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะเห็นและเข้าใจว่า … เป็นวัยรุ่นสมัยนี้ไม่ง่ายเลย

 

Deadline” เป็นชื่อที่ ปราชญ์ - สรสิช แจ่มอัมพร นักศึกษาสาขาวิชาออกแบบสถาปัตยกรรม ตั้งให้กับผลงานของเขา ซึ่งนำความรู้สึกและปัญหาที่ตัวเองเผชิญอยู่มาแต่งเป็นเพลง ทั้งความวิตกกังวล ความเครียด และความกดดันจากการเรียน ซึ่งเปลี่ยนชีวิตเขาให้กลายเป็นคนกลัวว่าจะทำผิด กังวลว่าคนอื่นจะคิดกับสิ่งที่เขาพูดหรือทำอะไร ซึ่งส่งผลกระทบทั้งการเรียนและการเข้าสังคม อีกทั้งในช่วงที่โควิดระบาด เขาและครอบครัวได้สูญเสียสมาชิกในครอบครัวไป ทำให้หลายปัญหาเข้ามากระทบ

 

เมื่อร้องเพลงนี้เขาร้องไห้ไปด้วย เมื่อร้องเพลงออกมาแล้วเขารู้สึกเหมือนได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา ทำให้ความกังวล ความเศร้า และความทุกข์ที่มีอยู่ได้ถูกปลดปล่อยออกไป ปราชญ์คาดหวังว่า ความรู้สึกที่เขานำเสนอผ่านบทเพลงจะสามารถส่งกำลังใจไปถึงคนในวัยเดียวกันที่อาจจะกำลังรู้สึกแบบเดียวกัน รวมทั้งคนที่หมดไฟ ท้อแท้ หรือเป็นโรควิตกกังวล โรคทางจิตเวช หรือโรคซึมเศร้า

ฟังเพลง Deadline ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=4W-EoWYSHT8

 

‘จะมีใคร รู้บ้างไหม เหนื่อยแค่ไหนที่เป็นแบบนี้ / โปรดเถอะนะ โปรดเข้าใจฉันที / โอบกอดกัน ในค่ำคืนที่โหดร้าย / ต้องปิดบัง ใส่หน้ากากไว้ ไม่ให้ใครรู้ถึงความหมาย / แต่ลึก ๆ ก็หวังว่ายังไม่สาย ที่จะพบความสุขสักที …’  เป็นเนื้อร้องบางตอนจากเพลง “หน้ากาก” ของ คอปเตอร์ - ศิวัช ชูศิริ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเอกขับร้อง วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่สื่อสารความรู้สึกของคนที่มีภาวะซึมเศร้าให้คนอื่นเข้าใจ รวมถึงให้กำลังใจกับคนที่กำลังเผชิญภาวะนี้อยู่ด้วย

 

บทเพลงของคอปเตอร์เขียนมาจาก “ความรู้สึกดาวน์” ทั้ง ๆ ที่ในใจอยากมีความสุข เมื่อพบเจอผู้คนก็จะฝืนยิ้มเหมือนกับใส่หน้ากาก เพื่อให้คนอื่นเห็นว่ายังปรกติ เพราะไม่อยากให้คนอื่นต้องลำบากใจ “ไม่อยากให้คนอื่นดาวน์เพราะเรา” เพลงนี้คือ ความรู้สึกข้างในของคนที่เกิดภาวะซึมเศร้า ซึ่งต้องการคนอยู่ข้าง ๆ และรับฟัง การแต่งเพลงสำหรับเขาเหมือนได้ฝึกตัวเองและส่งสารที่ดีไปถึงคนฟัง เป็นเรื่องดีทั้งต่อตัวเองและคนอื่น โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคซึมเศร้าควรจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เพราะเราได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและคนอื่น..คอปเตอร์บอก

ฟังเพลง หน้ากาก ได้ที่  https://www.youtube.com/watch?v=9UsGSvX8C94

 

ขณะที่ เฟย - ธนู สุดยอดบรรพต นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนรุ่งอรุณ กับบทเพลง “หนึ่งในตองอู” ซึ่งผู้แต่งคิดว่า เป็นเพลงที่ไม่ได้มีคอนเซ็ปต์โดดเด่นหรือแปลกใหม่ แต่เขาเลือกใช้คำที่ค่อนข้างดึงดูดเพื่อบอกเล่าถึงความเชื่อมั่นในตัวเองที่มี และอยากจะบอกกับคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองว่า “ถ้าตั้งใจทำอะไรสักอย่างที่คนอื่นทำได้ คุณก็น่าจะทำได้ เราไม่ควรคิดด้อยค่าตัวเอง เราอาจจะเริ่มช้ากว่าคนอื่น สิ่งที่ทำอยู่ยังดูไม่ค่อยดี แต่ถ้าเราทำไปเรื่อย ๆ มันจะดีกว่านี้ได้

ฟังเพลง หนึ่งในตองอู ได้ที่  https://www.youtube.com/watch?v=IE7CkryfxTk

 

ในสถานการณ์โรคระบาดซึ่งทุกคนยังคงต้องรักษาระยะห่างระหว่างกัน เราอาจจะเคยชินแล้วกับการสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ งดออกเดินทางไปพบปะเพื่อนฝูง หรือเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน แต่ในบางครั้ง ต้นกล้า - ธีธัช เลาหะสราญ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ก็อดคิดถึงเรื่องราวธรรมดาซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ในปัจจุบัน และแต่งมันออกมาเป็นบทเพลง “ธรรมดาที่คิดถึง” ‘ยังคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ไม่ได้พิเศษ / ยังคิดถึงเรื่องราวเดิม ๆ ที่เป็นเพียงแค่ความทรงจำ / คิดถึงแต่การได้ออกไปเดินข้างนอกนั้น / ขอบฟ้าที่เคยสัมผัส ทางเดินที่ร่วมกันมา / เรื่องธรรมดา ที่ในตอนนี้มีค่าเหลือเกิน …’ สำหรับต้นกล้าแล้ว การแต่งเพลงเหมือนการระบายความรู้สึก หรือสิ่งที่อึดอัดอยู่ข้างในออกมา “บางความรู้สึกที่อาจจะพูดไม่ได้ หรือแค่พูดยังไม่พอ เราก็เลยใส่ทำนองใส่วรรคตอนให้มันจนออกมาเป็นเพลง”

ฟังเพลง ธรรมดาที่คิดถึง ได้ที่  https://www.youtube.com/watch?v=nsVqrmC0rsI

 

จากที่เดิมที ปก - สตบรรณ ศรีสุริยะธาดา คุ้นเคยกับวัยรุ่นยุคนี้ผ่านงานติวเตอร์อิสระสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนระดับมัธยม เขาเลือกถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในใจของนักเรียนซึ่งเผชิญกับความกดดันจากความคาดหวังของครอบครัวในเรื่องการเรียน กลายเป็นเพลง “เช็คลิสต์” ด้วยความเข้าใจ อยากให้รู้ว่าเป็น แค่เด็กน้อยธรรมดา / ไม่ใช่เทพเทวา โดราเอม่อนซะที่ไหน / ก็มีเรื่องที่ทำเป็น และบางเรื่องที่ทำไม่ได้ / จะกอดหนูไว้ได้ไหม เพราะหนูทำได้แค่นี้…’ ความคิดเบื้องหลังของปก จากเพลงนี้คือ การเป็นเด็กสมัยนี้มันยาก “ผมรู้สึกว่ายากกว่าสมัยผม ทำไมเขาทำงานกันเยอะจัง ผมย้อนนึกไปในสมัยของตัวเอง เราไม่ต้องทำงานเยอะขนาดนี้ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะบอกผู้ปกครองผ่านบทเพลงนี้ว่า อย่าเพิ่งไปคิดว่าลูกตัวเองไม่ได้เอาจริงเอาจังกับการเรียน ลองเปิดใจฟังเขาก่อน ทำความเข้าใจ และอยู่เคียงข้างกันเวลาที่เขามีปัญหา ผมคิดว่าเด็กไม่ได้ต้องการอะไรเยอะ แค่นี้น่าจะเพียงพอแล้ว (5) 

ฟังเพลง เช็คลิสต์ ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=4Kq8AmDoJ1E

 

นอกเหนือจาก 5 บทเพลงที่ถูกเลือกจากคณะกรรมการแล้ว เพลงอื่น ๆ ที่ส่งเข้าร่วมโครงการ “เพลงในใจ” นั้นก็ไม่ต่างกับบันทึกความทรงจำและเหตุการณ์ เป็นบทเพลงแห่งการเติบโตผ่านเรื่องราวและสถานการณ์ บอกเล่า แสดงและสื่อสารความรู้สึกนึกคิดประสบการณ์ ที่มีทั้งความรัก ครอบครัว มิตรภาพระหว่างเพื่อน ความฝัน เส้นทางในอนาคต ความเศร้า การสูญเสีย การรักษาบาดแผลในใจ การทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ รอบตัว ไปจนถึงการตั้งคำถามถึงความสุข ความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง การค้นหาตัวเอง การสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับสังคม ฯลฯ (6)

 

โครงการ “เพลงในใจ” นอกจากจะช่วยเยาวชนให้ได้ฝึกฝนขัดเกลาทักษะเรื่องการแต่งเพลงแล้ว สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ การแต่งเพลงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยปลดปล่อยความเครียด ความซึมเศร้า ความวิตกกังวล ความอึดอัด โดดเดี่ยว ผิดหวัง เจ็บปวด ฯลฯ ออกมา ซึ่งช่วยทำให้พวกเขาผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากไปได้ เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยบรรเทารักษาร่องรอยบาดแผลและปลดปลงความหนักอึ้งข้างในออกมา

 

สำคัญที่สุดคือ … บทเพลงเหล่านี้ต้องการการเปิดใจและรับฟัง

อ้างอิง

(1) https://www.bbc.co.uk/programmes/articles/54QwzRsHTMHbR9qwnf89d5p/7-stars-reveal-how-songwriting-and-music-helped-their-mental-health

(2) https://www.psychologytoday.com/us/blog/call/202102/increase-coping-and-resilience-writing-song

(3) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6411695/

(4) https://www.unicef.org/thailand/th/press-releases/ยูนิเซฟและกรมสุขภาพจิตชี้โควิด-19

(5) https://happeningandfriends.com/article-detail/375

(6) https://happeningandfriends.com/article-detail/369

งานบทความที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ

สร้างรากฐานชีวิตเด็ก ๆ ด้วยหนังสือ ไม่มีวิธีการสื่อสารใดทดแทนการอ่านได้
1708931705.jpg

Super Admin ID1

สร้างรากฐานชีวิตเด็ก ๆ ด้วยหนังสือ ไม่มีวิธีการสื่อสารใดทดแทนการอ่านได...

สอนลูกให้รอดจากการคุกคามทางเพศ
1708931705.jpg

Super Admin ID1

สอนลูกให้รอดจากการคุกคามทางเพศ

งานวิจัยชี้ การเชื่อมโยงกับธรรมชาติช่วยลดภาวะซึมเศร้า สร้างสุขภาพที่ดี
1708931705.jpg

Super Admin ID1

งานวิจัยชี้ การเชื่อมโยงกับธรรมชาติช่วยลดภาวะซึมเศร้า สร้างสุขภาพที่ดี

การแต่งเพลงช่วยเยียวยารักษาใจ  ท่วงทำนองชีวิตวัยรุ่นยุคนิวนอร์มอล
1708931705.jpg

Super Admin ID1

การแต่งเพลงช่วยเยียวยารักษาใจ ท่วงทำนองชีวิตวัยรุ่นยุคนิวนอร์มอล

รู้เท่าทัน ‘ไข้เลือดออก’ ภัยร้ายคุกคามชีวิต
1708931705.jpg

Super Admin ID1

รู้เท่าทัน ‘ไข้เลือดออก’ ภัยร้ายคุกคามชีวิต

งานบทความที่เกี่ยวข้อง

การฆ่าตัวตายในวัยรุ่น: ภัยเงียบที่เพิ่มขึ้น

Super Admin ID1

Highlight

• จากการสํารวจของ WHO พบว่า ในแต่ละปีมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่า 1 ล้านคน หรือทุก ๆ 40 วินาที จะมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน โดยในสหรัฐอเมริกาพบว่า มีวัยรุ่นหญิงร้อยละ 57 กำลังประสบกับความรุนแรง ความโศกเศร้า และความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย ขณะที่วัยรุ่นชายอยู่ที่ร้อยละ 29

• การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของวัยรุ่นไทย และจากการสำรวจ เมื่อปี 2564 พบว่า ร้อยละ 17.6 ของวัยรุ่นกลุ่มอายุ 13-17 ปี มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย

• ข้อมูลสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (สหรัฐฯ) ระบุว่า มากกว่าร้อยละ 90 ของวัยรุ่นที่เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นโรคทางจิตเวชอย่างน้อย 1 โรค โดยทั่วไปคือ โรคซึมเศร้า ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดสำหรับการฆ่าตัวตายในหมู่วัยรุ่น

 

 

 

เป็นวัยรุ่นมันอาจจะยากและเจ็บปวด!

เพราะวัยรุ่นเป็นช่วงวัยที่พัฒนาการด้านต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งยังเป็นวัยที่เปราะบางทางอารมณ์

เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาหลากหลายรอบตัว ทำให้บางครั้งวัยรุ่นเลือกจัดการปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย ซึ่งส่งผลต่อทั้งตัววัยรุ่น ครอบครัว สถานศึกษา และสังคม นำมาซึ่งความสูญเสียที่มิอาจจะประเมินค่าได้

ปัจจุบันปัญหาการฆ่าตัวตายในวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก สังคมจึงต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจังและเร่งดำเนินการเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพจิตและเฝ้าระวังการเกิดภาวะซึมเศร้า