1

0

ผู้เขียน :Super Admin ID1

อัพเดทเมื่อวันที่ : 2026-04-10 05:56:12

บทนำ

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังคงเป็นปัญหาท้าทายที่สำคัญของประเทศไทย ท่ามกลางการต่อสู้อันยาวนานนี้ หนึ่งในสัญญาณแห่งความหวังที่จะสนับสนุนให้ประชากรเลิกสุราได้ คือ การมีส่วนร่วมของชุมชน
จากรายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย ปี 2557 พบว่า การเสพติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุลำดับที่ 5 ของการสูญเสียปีสุขภาวะ (DALYs) ในเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 4.5 และเป็นสาเหตุลำดับที่ 1 ของการสูญเสียปีสุขภาวะจากภาวะบกพร่องทางสุขภาพ (YLDs) ในเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 13.1 และเป็นสาเหตุลำดับที่ 12 ในเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 1.7 


ในการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากร ปี 2560 พบว่า ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 55.9 ล้านคน ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 10.7 ล้านคน กลุ่มอายุ 25-44 ปี มีอัตราการดื่มสุราสูงสุด ร้อยละ 36.0
ผลการสำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิตของคนไทยระดับชาติ ปี 2556 พบว่า คนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีความผิดปกติของพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2.7 ล้านคน แต่เข้ารับบริการสุขภาพเพียงร้อยละ 1.6 และในปี 2563 จากรายงานกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ผู้มีปัญหาจากการดื่มสุราเข้ารับการบำบัดในสถานบริการสุขภาพเพียงร้อยละ 9.47

ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้มีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพื่อสร้างแรงจูงใจให้มีการบำบัดฟื้นฟูและเลิกดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง โดยดึงชุมชนเข้ามามีบทบาทสำคัญ
สมาคมฮักชุมชน โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  (สสส.) ได้จัดทำโครงการเพื่อส่งเสริมการลด ละ เลิก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เน้นการทำงานผ่านชุมชนและวัด ซึ่งใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมาย โดยถือเอาช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน เป็นจุดเริ่มต้น
เป้าหมายเพื่อให้เป็นกลไกขับเคลื่อนโดยที่คนในชุมชนซึ่งเข้าใจปัญหาได้เข้ามามีส่วนร่วม ด้วยการให้ความรู้ ทักษะ เครื่องมือในการดูแลผู้มีปัญหาสุรา และสามารถติดตามผลได้ นอกจากช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มแล้ว ยังเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับครอบครัวและชุมชน ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย











โครงการมี 2 รูปแบบคือ “รูปแบบธรรมนำทาง” เป็นกิจกรรมในวัดที่มีพระสงฆ์ช่วยสร้างสติเสริมปัญญา ควบคู่ไปกับการให้ความรู้จากบุคลากรสุขภาพ พร้อมมีชุมชนและครอบครัวร่วมสนับสนุน
ส่วน “รูปแบบกลุ่มฮักครอบครัว” เป็นการทำกิจกรรมกลุ่ม โดยผู้มีปัญหาสุราและสมาชิกในครอบครัวต้องเข้าร่วมทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมีการติดตามผล
ทั้ง 2 รูปแบบใช้เวลา 12 เดือน ระหว่างนั้นจะมีการติดตาม การฝึกพัฒนาทักษะให้อาชีพสร้างรายได้ เพื่อให้เลิกสุราได้อย่างยั่งยืน
หนึ่งในพื้นที่ต้นแบบซึ่งประสบความสำเร็จจากการดูแลผู้มีปัญหาสุราโดยชุมชนคือ เทศบาลตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพื้นที่นำร่องใน 8 หมู่บ้านของตำบลสบเตี๊ยะซึ่งเป็นรูปแบบกลุ่มฮักครอบครัว หลังจากดำเนินการมา 2 ปี ได้มีการอบรมพัฒนาทักษะคนในพื้นที่ 124 คน ให้มีความรู้ด้านบริหารจัดการและการจัดกิจกรรมกลุ่มฮักครอบครัว และบำบัดการเลิกเหล้า



ในจำนวนนี้ผู้มีปัญหาจากการดื่มสุราที่มีแนวโน้มดื่มจนทำให้เกิดปัญหากับตนเอง ครอบครัว และชุมชน เข้าร่วมจำนวน 55 คน สามารถปรับพฤติกรรมจนเลิกดื่มสำเร็จ 12 คน (ร้อยละ 22) ลดการดื่มลง 38 คน (ร้อยละ 69) ดื่มในระดับเดิม 4 คน (ร้อยละ 7) และเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว 1 คน
ผู้มีปัญหาสุราส่วนใหญ่ที่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยลดการดื่มสุราลงได้ จะมีสุขภาพดีขึ้น ได้รับโอกาสการจ้างงาน มีความเข้าใจกันในครอบครัวมากขึ้น และเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชนมากขึ้น
จากผลสำเร็จของการดำเนินโครงการ ทำให้เทศบาลตำบลสบเตี๊ยะมีศักยภาพพร้อมเป็นพื้นที่ต้นแบบชุมชนสุขภาวะและจะมุ่งขยายให้เกิดพื้นที่ต้นแบบในทุกภูมิภาคต่อไป
 

อ้างอิง

  • คู่มือการดำเนินงานบริการป้องกันและบัดรัก่ษาผู้มีปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต),  https://shorturl.asia/5mGl8
  • สสส. สานพลัง ‘ฮักชุมชน’ ถอดบทเรียนเทศบาลตำบลสบเตี๊ยะ จ.เชียงใหม่ ต้นแบบชุมชนสุขภาวะผ่าน “กลุ่มฮักครอบครัว” ปรับพฤติกรรม ลดดื่มได้ 69%,

https://shorturl.asia/ulHSG

  • สสส.-สมาคมฮักชุมชน ถอดบทเรียนความสำเร็จ “ขับเคลื่อนการเลิกสุราโดยชุมชน” สร้างชุมชนสุขภาวะ 24 พื้นที่ ใน 10 จังหวัด ผ่านกิจกรรมธรรมนำทาง-กลุ่มฮักครอบครัว บูรณาการสามประสาน วัด-รพ.สต.-ชุมขน ใช้ชุมชนเป็นกลไกหลัก, https://shorturl.asia/XOr09

1 ถูกใจ 4.5K การเข้าชม

งานบทความที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ

“บ้านปงใต้” ต้นแบบชุมชนป้องกันไฟป่า ลดแหล่งกำเนิด PM 2.5 เชียงใหม่
1708931705.jpg

Super Admin ID1

“บ้านปงใต้” ต้นแบบชุมชนป้องกันไฟป่า ลดแหล่งกำเนิด PM 2.5 เชียงใหม่

ส่วนที่ 1 : สถานการณ์สุขภาพจิตระดับประเทศ และยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน ของ สสส. และภาคี
1747913281.JPG

Admin ID3

ส่วนที่ 1 : สถานการณ์สุขภาพจิตระดับประเทศ และยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน ของ...

ยืดได้ ยืดดี 6 ท่ายืดกล้ามเนื้อป้องกันออฟฟิศซินโดรม
defaultuser.png

สิมาภรณ์ เอกวิลัย

ยืดได้ ยืดดี 6 ท่ายืดกล้ามเนื้อป้องกันออฟฟิศซินโดรม

ส่วนที่ 1 สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นกิจกรรมทางกาย และเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ มาตรการขับเคลื่อนงานของ สสส. และภาคี
1747913281.JPG

Admin ID3

ส่วนที่ 1 สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นกิจกรรมทางกาย และเชื่อมโยงยุ...

การแต่งเพลงช่วยเยียวยารักษาใจ  ท่วงทำนองชีวิตวัยรุ่นยุคนิวนอร์มอล
1708931705.jpg

Super Admin ID1

การแต่งเพลงช่วยเยียวยารักษาใจ ท่วงทำนองชีวิตวัยรุ่นยุคนิวนอร์มอล

งานบทความที่เกี่ยวข้อง

ดื่มแล้วขับกับอุบัติเหตุทางถนน ปัญหาที่ยังคงท้าทายของไทย

Super Admin ID1

 

Highlights:

  • ทุก ๆ ปีมีคนไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากจากอุบัติเหตุทางถนน ด้วยตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ท้าทายในการร่วมกันทำให้ถนนปลอดภัยกว่าเดิม
  • เปิดเผยความสัมพันธ์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ระหว่างการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับอุบัติเหตุบนท้องถนน เจาะลึกต้นทุนทางเศรษฐกิจและสังคมอันเป็นผลกระทบในวงกว้างและในระยะยาวต่อบุคคล ครอบครัว ชุมชน และเศรษฐกิจโดยรวม
  • ความพยายามในการใช้บทลงโทษที่เข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อยับยั้งบุคคลให้ละเลิกลดพฤติกรรมขับขี่ที่เป็นอันตราย รวมทั้งพลังของการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจเลือกอย่างมีความรับผิดชอบเพื่อต่อสู้กับการดื่มแล้วขับ

 

“ดื่มแก้วเดียว ขับไปใกล้ ๆ ได้หรือเปล่า” คำตอบคือ “ไม่”

เพราะการขับรถหลังจากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม้เพียงหนึ่งหรือสองแก้วมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักทำให้คนไทยเสียชีวิตจำนวนมากในแต่ละปีจนมีสถิติติดอันดับต้น ๆ ของโลก โดยกว่าครึ่งเสียชีวิตจากเหตุที่เกิดใกล้บ้าน

อุบัติเหตุทางถนนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประสบภัยเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมไทยโดยรวมอย่างมหาศาล

ที่ผ่านมา ปัญหานี้ถูกผลักดันให้เป็นวาระสำคัญแห่งชาติ แต่อัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนน การบาดเจ็บและเสียชีวิตยังห่างไกลเป้าหมาย โดยเฉพาะอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลซึ่งยังคงน่าวิตก

เพื่อเผชิญกับความท้าทายนี้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังเข้มงวดมากยิ่งขึ้น