1

2

ผู้เขียน :Super Admin ID1

อัพเดทเมื่อวันที่ : 2026-02-20 11:57:48

บทนำ

 

 

รู้หรือไม่ว่า เด็กไทยจำนวนมากใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่นิ่ง ๆ และมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ?

“พฤติกรรมเนือยนิ่ง” ดังกล่าว เป็นต้นเหตุปัญหาสุขภาวะที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยทุกภาคส่วนสามารถช่วยสร้าง สนับสนุน และส่งเสริมให้เด็กไทยมีวิถีชีวิตที่ “แอ็กทีฟ” ยิ่งขึ้น ด้วยการขยับตัว ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ทั้งสนุก มีความสุข ไปพร้อมกับการรักษาสุขภาพ!

พฤติกรรมเนือยนิ่งและผลกระทบที่ซ่อนอยู่

พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) หมายถึง ภาวะที่ร่างกายเคลื่อนไหวน้อย เช่น นั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ โดยใช้พลังงาน 1.5 MET(Metabolic Equivalent of Task) หรือต่ำกว่า

เด็กไทยในปัจจุบันมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะความเจริญทางด้านเทคโนโลยีที่ทำให้เด็ก ๆ ใช้เวลาส่วนใหญ่กับหน้าจอมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม ดูวิดีโอ หรือการใช้แอปพลิเคชันต่าง ๆ ผ่านอุปกรณ์ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์

ตามข้อมูลของ Active Healthy Kids Global Alliance ในการสำรวจประเทศสมาชิก 57 ประเทศ เมื่อปี 2565 พบว่า เด็กไทยส่วนใหญ่มีพฤติกรรมเนือยนิ่งมากและสูงเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด โดยพฤติกรรมเนือยนิ่งของเด็กไทยนั้นอยู่ลำดับที่ 2 ของโลก ขณะที่การทำกิจกรรมทางกายหรือการเล่นของเด็กไทยอยู่อันดับที่ 27 ของโลก

ในบางประเทศเช่น สหรัฐอเมริกา พบว่า วัยรุ่นมีพฤติกรรมเนือยนิ่งมากและออกกำลังกายน้อย ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ วัยรุ่นควรออกกำลังกายระดับปานกลางหรือหนักอย่างน้อย 60 นาทีทุกวัน แต่จากผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Child & Adolescent Health เมื่อปี 2019 ระบุว่า วัยรุ่นอเมริกันที่ไปโรงเรียนมีจำนวนน้อยกว่าร้อยละ 20 ที่ออกกำลังกายระดับปานกลางหรือหนักอย่างน้อย 60 นาทีทุกวัน

พฤติกรรมเนือยนิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ เมื่อร่างกายขาดการขยับเขยื้อน ระบบเมตาบอลิซึมในร่างกายจะทำงานแย่ลง รวมทั้งอัตราการเผาผลาญพลังงานจะน้อยไปด้วย ก่อให้เกิดเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคอ้วนลงพุง ฯลฯ ซึ่งทำให้คนไทยเสียชีวิตถึง 3 แสนคนต่อปี

พฤติกรรมเนือยนิ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ยังมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตด้วย

แอ็กทีฟได้ … สนุกด้วย

เพื่อต่อสู้กับพฤติกรรมเนือยนิ่งและผลเสียที่จะตามมา เด็กไทยต้องขยับตัวมากขึ้นเพื่อให้มีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ นอกจากจะเกี่ยวกับเรื่องน้ำหนักตัวแล้ว ยังช่วยปรับปรุงสุขภาพระบบต่าง ๆ ของร่างกาย มีประโยชน์ต่อสมอง สร้างสมาธิ ช่วยลดความเครียด เป็นต้น

การสร้าง “แอ็กทีฟไลฟ์สไตล์” ให้กับเด็ก ๆ เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วย

-หากิจกรรมที่ชื่นชอบและเหมาะสม ซึ่งนอกจากจะได้เคลื่อนไหวร่างกายแล้วยังมีความสนุกสนานเป็นแรงจูงใจด้วย

-กิจกรรมทางกายไม่ได้มีเพียงแต่กีฬา แต่ยังรวมถึงกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ เช่น ขี่จักรยานในสวนสาธารณะ ไปแคมปิงว่ายน้ำ ปีนเขา พายเรือ สเก็ตบอร์ด เต้นรำ ฯลฯ

-งานบ้านง่าย ๆ ไม่ว่าจะ ดูดฝุ่น ตัดหญ้า ทำสวน ฯลฯ รวมทั้งการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน เช่น ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์ การเดินหรือการปั่นจักรยานเพื่อการเดินทาง ฯลฯ ต่างช่วยเรียกเหงื่อและเผาผลาญแคลอรีได้เช่นกัน

-การทำกิจกรรมทางกายร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนช่วยเป็นแรงกระตุ้นทำให้มีแรงจูงใจ สนุกสนาน ไม่รู้สึกเบื่อ

 

การให้ความรู้ สนับสนุน ส่งเสริม สร้างโอกาส และออกแบบให้เด็ก ๆ มีวิถีชีวิตที่แอ็กทีฟในวันนี้จะสร้างประโยชน์ในระยะยาว ซึ่งทุกฝ่ายจำทั้งครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และภาคนโยบาย ผู้ปกครอง นักการศึกษา และผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องช่วยกัน เพื่อให้เด็กไทยสดใส มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยความกระฉับกระเฉง หลุดพ้นจากพฤติกรรมเนือยนิ่งและบอกลาโรคอ้วน

 

อ้างอิง

https://web.facebook.com/TPAK.Thailand/photos/a.125522615729926/731033961845452/?_rdc=1&_rdr

https://resourcecenter.thaihealth.or.th/article/พฤติกรรมเนือยนิ่ง-ปัญหาหลักของโรค-ncds

https://edition.cnn.com/2022/09/22/health/how-to-get-teens-exercising-wellness/index.html

 

งานบทความที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ

กินอาหารอย่างฉลาด…ห่างไกลโรค
defaultuser.png

Don Admin

กินอาหารอย่างฉลาด…ห่างไกลโรค

มาตรการ “หวานน้อย”  ทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
1708931705.jpg

Super Admin ID1

มาตรการ “หวานน้อย” ทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

ลด ละ เลิกเหล้า ด้วยพลังของชุมชน
1708931705.jpg

Super Admin ID1

ลด ละ เลิกเหล้า ด้วยพลังของชุมชน

ปกป้องชีวิตเด็กไทยด้วยหมวกนิรภัย
1708931705.jpg

Super Admin ID1

ปกป้องชีวิตเด็กไทยด้วยหมวกนิรภัย

‘ปทุมวันโมเดล’ พื้นที่นำร่อง เขตควบคุมมลพิษต่ำเพื่อสุขภาพคนกรุง
1708931705.jpg

Super Admin ID1

‘ปทุมวันโมเดล’ พื้นที่นำร่อง เขตควบคุมมลพิษต่ำเพื่อสุขภาพคนกรุง

งานบทความที่เกี่ยวข้อง

การออกกำลังกายช่วยเพิ่มสุขภาพสมอง

Super Admin ID1

Highlight

การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะการทำงานของสมองเสื่อมถอยลง (Cognitive decline) รวมถึงภาวะสมองเสื่อม จากการศึกษาพบว่า ภาวะการทำงานของสมองเสื่อมถอยลง พบได้เกือบสองเท่าในผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง เมื่อเทียบกับผู้ที่มีกิจวัตรที่คล่องแคล่วหรือมักเคลื่อนไหวร่างกายเสมอ

ผู้ใหญ่ต้องออกกำลังกายแบบเข้มข้นปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายแบบเข้มข้นอย่างน้อย 75 นาที โดยไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในคราวเดียว ตัวอย่างเช่น กิจกรรมที่มีความเข้มข้นปานกลางอาจแบ่งออกเป็น 30 นาทีต่อวัน รวม 5 วันต่อสัปดาห์

กิจกรรมที่จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นเช่น เปิดเพลงที่บ้านแล้วเต้น,นั่งยอง ๆ หรือเดินระหว่างช่วงคั่นเวลารายการ (โฆษณา) ขณะที่กำลังดูโทรทัศน์, ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์, ลงรถก่อนถึงหนึ่งป้ายแล้วเดินไปยังจุดหมาย ฯลฯ