1

0

ผู้เขียน :Super Admin ID1

อัพเดทเมื่อวันที่ : 2025-12-30 18:09:01

บทนำ

Highlight
หญ้าทะเล ลุ่มน้ำเค็ม และป่าชายเลน เป็นระบบนิเวศสำคัญในการดูดซับคาร์บอน มีอัตราการกักเก็บที่รวดเร็วในระยะยาว และถึงแม้จะมีพื้นที่เพียง 0.5% ของพื้นที่ชายฝั่งทั่วโลก แต่สามารถกักเก็บคาร์บอนได้ถึง 5% ของปริมาณคาร์บอนทั้งหมดของโลก
ไมโครพลาสติกเป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อป่าชายเลน โดยมีการประมาณการว่าขยะพลาสติกถูกปล่อยลงสู่มหาสมุทรมากถึง 12.7 ล้านตันในปี 2010 และคาดว่าจะเพิ่มเป็นสองเท่าในปี 2025 
ขนาดไมโครพลาสติกที่พบมากที่สุดจากการเก็บตัวอย่างคือ 100-330 ไมครอน ซึ่งพลาสติกเหล่านี้เกิดจากกิจกรรมภายในครัวเรือน เช่น การซักผ้า และถุงพลาสติกที่ปนเปื้อนมากับขยะอาหาร
 

คาร์บอนสีน้ำเงิน

มหาสมุทรและระบบนิเวศชายฝั่ง นับเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่สำคัญ เรียกว่า “คาร์บอนสีน้ำเงิน” หรือ “บลูคาร์บอน (Blue Carbon)” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการชะลอวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อน เนื่องจากจะช่วย 'ล็อก' คาร์บอนไว้ และลดแรงกดดันจากก๊าซเรือนกระจก

หญ้าทะเล ลุ่มน้ำเค็ม และป่าชายเลน เป็นระบบนิเวศสำคัญในการดูดซับคาร์บอน มีอัตราการกักเก็บที่รวดเร็วในระยะยาว และถึงแม้จะมีพื้นที่เพียง 0.5% ของพื้นที่ชายฝั่งทั่วโลก แต่สามารถกักเก็บคาร์บอนได้ถึง 5% ของปริมาณคาร์บอนทั้งหมดของโลก แต่กิจกรรมของมนุษย์กำลังคุกคามความอยู่รอดของระบบนิเวศเหล่านี้ และเสี่ยงที่จะทำให้คาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ปล่อยกลับสู่บรรยากาศ และยิ่งจะทำให้ภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้น

มลพิษจาก “ไมโครพลาสติก” ที่มีอนุภาคขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร เป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “ป่าชายเลน” เศษพลาสติกขนาดจิ๋วเหล่านี้มาจากทั้งแหล่งต้นทางโดยตรง เช่น ไมโครบีดส์ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และเกิดจากการย่อยสลายของพลาสติกชิ้นใหญ่ เช่น ขวดและถุงพลาสติก เคยมีการประมาณการไว้ว่าขยะพลาสติกถูกปล่อยลงสู่มหาสมุทรมากถึง 12.7 ล้านตันในปี 2010 และคาดว่าจะเพิ่มเป็นสองเท่าในปี 2025 และจะแพร่กระจายไปทั่วโลกผ่านลมและกระแสน้ำ หากไม่มีการจัดการอย่างเหมาะสม



รองศาสตราจารย์ เผิงจาง จากมหาวิทยาลัยกว่างตง โอเชียน ประเทศจีน ได้นำทีมสำรวจการสะสมไมโครพลาสติกในบริเวณป่าชายเลนของอ่าวกึ่งปิดจ้านเจียงที่มีแหล่งต้นน้ำมาจากแม่น้ำหนานหลิว ลู่ถังและซุยซี ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองจ้านเจียงและโรงงานอุตสาหกรรมตามแนวลำน้ำที่ขึ้นชื่อเรื่องมลพิษน้ำเสียจากเมืองและน้ำทิ้งจากภาคเกษตร เพื่อประเมินผลกระทบต่อการกักเก็บคาร์บอน

ผลการวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Marine Science พบว่า มีปริมาณไมโครพลาสติกสะสมในตัวอย่างจากป่าชายเลนสูงถึง 618 ชิ้นต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.6 เท่า เมื่อเทียบกับบริเวณนอกป่า 264 ชิ้นต่อกิโลกรัม โดยพบปริมาณสูงสุดในจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว สันนิษฐานว่า เกิดจากการจัดการขยะที่ไม่ดีพอ โดยเฉพาะจากขยะอาหาร และเครื่องดื่ม

ขนาดไมโครพลาสติกที่พบมากที่สุดในทุกตัวอย่างคือ 100-330 ไมครอน โดยมากกว่าครึ่งมีขนาดน้อยกว่า 500 ไมครอน และแบ่งตามเฉดสีได้ถึง 12 สี แต่ที่พบมากในพื้นที่ป่าชายเลนคือ สีหลายสี ใส และน้ำเงิน ซึ่งพลาสติกเหล่านี้เกิดจากกิจกรรมภายในครัวเรือน เช่น การซักผ้า และถุงพลาสติกที่ปนเปื้อนมากับขยะอาหารและรูปแบบพลาสติกที่เป็นชิ้นส่วนถูกพบมากที่สุดทั้งในเขตป่าชายเลน คิดเป็น 70% และบริเวณนอกป่าชายเลน 49% รองลงมาคือ เส้นใย ประมาณ 37% และ 12% ตามลำดับ สันนิษฐานว่า มาจากอุปกรณ์ประมงที่เป็นพลาสติก เช่น อวน

จากการวิจัยนี้แม้ยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงปริมาณคาร์บอนจากการสะสมไมโครพลาสติก คาดว่าเป็นเพราะข้อมูลยังไม่เพียงพอ โดยมีแผนจะทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป อย่างไรก็ตาม ทางคณะวิจัยยังพบแนวโน้มปริมาณคาร์บอนอินทรีย์ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัฏจักรคาร์บอนในระบบนิเวศที่สูงขึ้นในตัวอย่างตะกอนจากป่าชายเลนเมื่อเทียบกับตะกอนนอกป่าชายเลน



มลพิษจากไมโครพลาสติกรบกวนกระบวนการดูดซับออกซิเจนและแร่ธาตุของป่าชายเลน คุกคามการเจริญเติบโตและการขยายตัวของพื้นที่ป่า และความสามารถในการแปรสภาพคาร์บอนในบรรยากาศ ซึ่งจะส่งผลให้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่อาจเข้าใจผิดว่าพลาสติกจิ๋วเหล่านี้คืออาหาร

ดังนั้น การควบคุมมลพิษไมโครพลาสติกทั้งแหล่งกำเนิดใหม่และที่มีอยู่แล้ว จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการต่อสู้กับผลกระทบจากฝีมือมนุษย์ และการรักษาแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติที่สำคัญอย่างป่าชายเลนให้คงอยู่ต่อไป

 

อ้างอิง

Mangrove blue carbon at higher risk of microplastic pollution, https://shorturl.asia/CDr2L
 

1 ถูกใจ 1.2K การเข้าชม

งานบทความที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ

แผนผังโครงสร้างระบบ (Site map)
1748965111.jfif

Super Admin ID2

แผนผังโครงสร้างระบบ (Site map)

ส่วนที่ 1 สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นกิจกรรมทางกาย และเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ มาตรการขับเคลื่อนงานของ สสส. และภาคี
1747913281.JPG

Admin ID3

ส่วนที่ 1 สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นกิจกรรมทางกาย และเชื่อมโยงยุ...

คลื่นความร้อน:  สัญญาณวิกฤติภูมิอากาศและภัยคุกคามสุขภาพ
1708931705.jpg

Super Admin ID1

คลื่นความร้อน: สัญญาณวิกฤติภูมิอากาศและภัยคุกคามสุขภาพ

หยุดกินตามอารมณ์ ตัดวงจรพฤติกรรมทำลายสุขภาพ
1708931705.jpg

Super Admin ID1

หยุดกินตามอารมณ์ ตัดวงจรพฤติกรรมทำลายสุขภาพ

ส่วนที่ 5 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการสืบค้น
1747913281.JPG

Admin ID3

ส่วนที่ 5 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการสืบค้น

งานบทความที่เกี่ยวข้อง

ทัวร์สายเขียวเที่ยวแบบรักษ์โลก ช่วยลดคาร์บอน ลดโลกเดือด

Super Admin ID1

Highlight:
• มีข้อมูลระบุว่า ประมาณร้อยละ 11 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกเกิดจากการท่องเที่ยว และคาดว่าจะเพิ่มเป็นสองเท่าภายในปี 2593 หากไม่มีการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะทำให้ภาวะโลกร้อนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดรูปแบบสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
• ปี 2566 ในหลายภูมิภาคของโลกเผชิญกับผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างเช่น ยุโรปพบกับวิกฤตคลื่นความร้อนและภัยแล้งรุนแรง ด้วยปริมาณฝนและหิมะน้อยกว่าปกติ ตามมาด้วยการขาดแคลนน้ำทำให้การเกษตรกรรมได้รับผลกระทบ ทั้งในฝรั่งเศส อิตาลี สเปน อังกฤษ ฯลฯ
• สสส. และภาคีฯ ร่วมสร้างต้นแบบการท่องเที่ยวสีเขียวเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ โดยมีพื้นที่อุทยานฯ สีเขียวต้นแบบ 3 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน และอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า


การท่องเที่ยวมีส่วนทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่นับวันจะมีผลกระทบรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ แนวความคิดเรื่องการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำจึงเกิดขึ้นมา ในประเทศไทย อุทยานแห่งชาติร่วมกับสสส.และเครือข่ายได้ทำงานร่วมกัน เพื่อให้ข้อมูลความรู้และสร้างความตระหนักกับนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ประกอบการ ชุมชนท้องถิ่น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายนำไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์
…..

ในขณะที่การท่องเที่ยวซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมของคนทั่วโลกเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก็ตามมาเช่นเดียวกัน เพราะการท่องเที่ยวมีส่วนอย่างมากในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศของโลกมีการเปลี่ยนแปลง เห็นได้จากเกิดคลื่นความร้อน ภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ ไฟป่า น้ำท่วม ฯลฯ ซึ่งนับวันจะเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงมากขึ้น
เพื่อร่วมรับผิดชอบและแก้ไข แนวความคิดเรื่องการท่องเที่ยวสีเขียวจึงเกิดขึ้นมา เปรียบเป็นสัญญาณแห่งความหวัง ซึ่งต้องลงมือทำตอนนี้!