0

0

ผู้เขียน :Super Admin ID1

อัพเดทเมื่อวันที่ : 2026-01-03 02:38:36

บทนำ

คุณเป็นอีกคนหนึ่งหรือเปล่าที่ต้องการตัด “แอลกอฮอล์” ออกจากชีวิต

คุณต้องการเริ่มต้นใหม่ มีสุขภาพดีขึ้น และอนาคตสดใสกว่าเดิม

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มอย่างไร แชทบอท “น้องตั้งใจ” พร้อมให้ความช่วยเหลือ เป็นเพื่อนคู่ใจไปตลอดเส้นทาง!

ข้อเท็จจริงการบริโภคแอลกอฮอล์ในไทย

การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสาธารณสุขของประเทศไทยมายาวนาน

จากผลการศึกษาพบว่า ประเทศไทยมีนักดื่มอยู่ประมาณร้อยละ 28 จากประชากรทั้งหมด โดยในแต่ละปีมีนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้น ในปี 2564 พบว่า จำนวนนักดื่มหน้าใหม่ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากปี 2560 อยู่ที่ร้อยละ 3 เป็นร้อยละ 6

ข้อมูลระหว่างปี 2550-2564 คนไทยมีพฤติกรรมดื่มประจำถึงร้อยละ 44 ในจำนวนนี้กว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 36 ดื่มหนัก และมีพฤติกรรมการดื่มแล้วขับสูงถึงร้อยละ 31 อันเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คนไทยเสียชีวิต ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 พบว่า แอลกอฮอล์เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตมากถึง 5,387 คน มากกว่าปี 2563 ถึงร้อยละ 17

ในแต่ละปีมีผู้เข้ารับการบำบัดในสถานพยาบาลจำนวนไม่น้อย โดยในเดือน มิ.ย. 2566 พบว่า ตั้งแต่ต้นปี 2566 ผู้มีปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ารับการบำบัดในสถานพยาบาลอยู่ที่ 857,582 คน

ข้อมูลการให้บริการ 1413 สายด่วนเลิกเหล้า ตั้งแต่ปี 2564-2565 มีผู้โทรเข้ามาขอรับคำปรึกษามากถึง 26,176 สาย โดยเฉพาะช่วงเข้าพรรษา ตั้งแต่เดือน ก.ค. – ก.ย. ของทุกปี จะมีผู้ขอรับบริการปรึกษาเพื่อเลิกเหล้ามากขึ้น

 

ผลจากการดื่มกระทบต่อร่างกายถึงสังคม

การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปนำไปสู่โรคเกี่ยวกับตับ เช่น ไขมันพอกตับ ตับอักเสบ ตับแข็ง ฯลฯ เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เกิดกระเพาะอักเสบ อาจทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และมีผลร้ายต่อทารกในครรภ์ เป็นต้น

การดื่มหนักอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ทำให้ความสามารถในการตัดสินใจลดลง ไม่มีสมาธิ รวมถึงปัญหาด้านความจำ

นอกจากนี้การดื่มแอลกอฮอล์ยังส่งผลต่อปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง นำไปสู่ปัญหาการงานและการเงิน​ จากการใช้จ่ายไปกับแอลกอฮอล์และผลที่ตามมายังสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจ อาจทำให้มีปัญหาทางกฎหมาย เมื่อดื่มจนมึนเมานำไปสู่ข้อหาเมาแล้วขับ ก่อเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ

ด้วยผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีต่อบุคคลและสังคมจึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการป้องกันและแก้ไข โดยเฉพาะการช่วยเหลือคนไทยให้เลิกดื่ม เป็นที่มาของแชทบอท “น้องตั้งใจ” 

ใครคือ

“น้องตั้งใจ” เป็นนวัตกรรมแชทบอทช่วยเหลือในการเลิกเหล้าซึ่งต่อยอดมาจาก “1413 สายด่วนเลิกเหล้า” เป็นการทำงานร่วมกันของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), ศูนย์ปรึกษาเพื่อการเลิกสุราและการเสพติด (1413 สายด่วนเลิกเหล้า) และภาคีเครือข่าย

แชทบอท “น้องตั้งใจ” สร้างขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการสื่อสารในยุคปัจจุบัน สามารถเข้าถึงได้ง่าย ช่วยลดความเสี่ยงจากการดื่มแอลกอฮอล์ ภายใต้การดูแลจากเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา ก่อนเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

 

 

 

การนำเทคโนโลยีมาใช้มีส่วนช่วยสร้างแรงจูงใจทำให้ประสบความสำเร็จในการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากการทดลองในกลุ่มตัวอย่างพบว่า จำนวนวันดื่มของผู้ใช้บริการปรึกษาเลิกเหล้าผ่านแชทบอทมีแนวโน้มลดลงมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใช้ และระดับความรุนแรงของความเสี่ยงในการดื่มยังลดลงด้วย

แชทบอท “น้องตั้งใจ” เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการติดต่อทางโทรศัพท์ผ่านสายด่วนเลิกเหล้า เหมาะกับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก ช่วยเพิ่มการเข้าถึงการบำบัดรักษา สามารถปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้

แล้ว “น้องตั้งใจ” ทำงานอย่างไร?

“น้องตั้งใจ” สามารถเข้าถึงง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “ไลน์” ขั้นตอนการรับบริการก็สะดวก เริ่มต้นจาก

- เพิ่มเป็นเพื่อนกับ “น้องตั้งใจ” ในไลน์ สามารถสแกนคิวอาร์โคดที่เฟซบุ๊ก 1413 สายด่วนเลิกเหล้า

- ลงทะเบียนประวัติส่วนตัวและวัตถุประสงค์ที่ต้องการปรึกษา โดยข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับและใช้เพื่อการเก็บข้อมูลในเชิงสถิติของการเข้ารับบริการเท่านั้น

- เช็กอาการติดสุรา ผ่านแบบประเมินสอบถาม ระบบจะแสดงข้อมูลความเสี่ยงในการดื่ม และรายละเอียดการปฏิบัติตัวต่าง ๆ

- บันทึกการดื่มย้อนหลัง เพื่อประเมินปริมาณการดื่ม พร้อมให้คำแนะนําระดับการดื่มที่ไม่ทำให้เกิดปัญหา

- วางแผนการดื่มที่เหมาะสม มีเมนูคำนวณระดับแอลกอฮอล์ ให้ข้อมูลระยะเวลาการขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย ข้อมูลจำนวนชั่วโมงที่มีค่าแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกาย

- ศึกษาความรู้และรับข้อมูลเกี่ยวกับโรงพยาบาลที่ให้คำปรึกษาและบําบัด พร้อมช่องทางการติดต่อ

          ในโลกที่นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นได้ “น้องตั้งใจ” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจน หากคุณพร้อมที่จะอำลาการดื่มแอลกอฮอล์ “น้องตั้งใจ” พร้อมที่จะก้าวไปกับคุณ

 

อ้างอิง

PPTV Online, ส่องสถิติแอลกอฮอล์ย้อนหลัง หลังไทยปลดล็อกสุราพื้นบ้าน, 2 พฤศจิกายน 2565,

https://www.pptvhd36.com/health/news/2229

สำนักข่าวทูเดย์, รู้จัก “น้องตั้งใจ” เทคโนโลยี CHAT BOT ผู้ช่วยแสนดีของคนอยากเลิกเหล้า, 29 มิถุนายน

2566, https://workpointtoday.com/thaihealth-chat-bot/

จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับสร้างสุข ประจำเดือนกรกฎาคม 2566 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, น้องตั้งใจ CHATBOT ผู้ช่วยคนอยากเลิกเหล้า, 6 กรกฎาคม 2566, https://www.thaihealth.or.th/e-book/จดหมายข่าวชุมชนคนรักส-147/

งานบทความที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ

ทำความรู้จัก เพจ "สารส้ม" พื้นที่ปลอดภัย เสริมพลังเยาวชน ห่างยาเสพติด
1708931705.jpg

Super Admin ID1

ทำความรู้จัก เพจ "สารส้ม" พื้นที่ปลอดภัย เสริมพลังเยาวชน ห่างยาเสพติด

ป่าชุมชนต่อสู้ภาวะโลกร้อน
1708931705.jpg

Super Admin ID1

ป่าชุมชนต่อสู้ภาวะโลกร้อน

ส่วนที่ 5 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการสืบค้น
1747913281.JPG

Admin ID3

ส่วนที่ 5 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการสืบค้น

ส่วนที่ 5 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการสืบค้น
1747913281.JPG

Admin ID3

ส่วนที่ 5 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการสืบค้น

ส่วนที่ 4 บทสังเคราะห์ขบวนการขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะ
1747913281.JPG

Admin ID3

ส่วนที่ 4 บทสังเคราะห์ขบวนการขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะ

งานบทความที่เกี่ยวข้อง

หญิงวัย 60 เป็นมะเร็งเต้านมมากสุด ดื่มแอลกอฮอล์ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง

Super Admin ID1

Highlight

ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ปี 2565 ระบุว่า หญิงไทยเป็นมะเร็งเต้านมมากที่สุด จำนวน 38,559 ราย หญิงอายุ 60 ปี ขึ้นไปเป็นมะเร็งเต้านมมากที่สุด จำนวน 19,776 ราย รองลงมา อายุ 50 – 59 ปี จำนวน 12,181 ราย และอายุ 40 – 49 ปี จำนวน 5,177 ราย

การตรวจเต้านมด้วยตนเองควรทำในช่วงหลังหมดประจำเดือน 2-3 วัน สามารถดูด้วยตาและคลำด้วยมือ โดยคลำครอบคลุมเนื้อเต้านม ขอบด้านล่างเสื้อชั้นใน บริเวณหัวนม ใต้รักแร้ และไหปลาร้า

ผู้หญิงที่สูบบุหรี่จัด ดื่มสุรา ไม่ออกกำลังกายจะยิ่งมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น คนอายุ 15 – 49 ปี ที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 10 กิโลกรัม จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 และผู้ชายก็มีสิทธิ์เป็นมะเร็งเต้านมได้ด้วย

มะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดและเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่ผู้หญิงไทยจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่ มะเร็งเต้านมสามารถรักษาได้หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงควรมีการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอย่างเช่นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์