บทนำ
“ครอบครัว” เป็นสถาบันที่มีบทบาทสำคัญต่อรากฐานความเข้มแข็งของสังคมโดยรวม หากครอบครัวไหนมีสัมพันธภาพที่อบอุ่นจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีของคนในครอบครัว แต่ครอบครัวไหนมีปัญหาเชิงโครงสร้างจะมีโอกาสที่ทำให้สมาชิกในครอบครัวไม่มีความสุขและอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นได้
จากการสำรวจเยาวชนไทย ปี 2565 พบว่า เยาวชนที่อยู่ในครอบครัวข้ามรุ่นจะมีความขัดแย้งทางความคิดในประเด็นต่าง ๆ มากกว่าเยาวชนที่อยู่กับพ่อแม่ หรือเยาวชนที่อยู่กับพ่อแม่และญาติ โดยประเด็นที่ขัดแย้งทางความคิดของเยาวชนในครอบครัวข้ามรุ่น คือ การศึกษาและการทำงาน สูงถึงร้อยละ 16.7 รองลงมาการใช้ชีวิตประจำวัน ร้อยละ 13.6 ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ร้อยละ 12 และความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือคนรัก ร้อยละ 8.7
ขณะที่เยาวชนที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่มีสัดส่วนความคิดเห็นขัดแย้งกับคนในครอบครัวสูงกว่าเยาวชนที่อาศัยอยู่ในครอบครัวสามรุ่น และที่อาศัยอยู่ในครอบครัวข้ามรุ่นในประเด็นสังคมและการเมือง สูงถึงร้อยละ 11 และประเด็นศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ร้อยละ 6.3 ซึ่งความคิดขัดแย้งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ในทุกครอบครัว จะมากน้อยขึ้นอยู่กับประเด็น
การป้องกันไม่ให้ความคิดเห็นขัดแย้งกลายเป็นความรุนแรงในครอบครัว ต้องปรับจูนให้เข้าใจว่า รุ่นเราและรุ่นเขาอาจมีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน จึงไม่จำเป็นต้องคิดเห็นเหมือนกันในทุกเรื่อง ดังนั้น หลักการสื่อสาร 4 E จะช่วยลดความขัดแย้งระหว่างคนต่างรุ่นได้
1. Empathy การสื่อสารควรอยู่บนฐานของความเข้าอกเข้าใจ เพราะทุกคนเติบโตมาต่างช่วงวัยกัน จึงผ่านความยากลำบากแตกต่างกัน ไม่ว่าด้านเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี แม้แต่คนรุ่นใหม่แต่ละรุ่นก็แตกต่างกัน เช่น กลุ่มคนรุ่น First Jobber มุ่งทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว ผูกโยงใกล้ชิดอยู่กับปัญหาเศรษฐกิจ ขณะที่คนวัยเรียนจะสนใจเรื่องสิทธิเสรีภาพทางการเมืองทั้งระบบ มากกว่าประเด็นปากท้อง ดังนั้นไม่ว่ารุ่นใหญ่ รุ่นกลาง หรือรุ่นเล็ก จึงมีความแตกต่างกันจากหลายปัจจัย เช่น ลักษณะการเลี้ยงดู ระบบการศึกษา สถานะทางเศรษฐกิจ อาชีพ ฯลฯ
2. Equality คือ ยอมรับพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน คนรุ่นใหม่จะไม่ชอบการแบ่งชนชั้นลำดับอาวุโส (Hierarchy) แต่ต้องการเพื่อนคู่คิดต่างวัย (Equal Partner) ในเรื่องของบทบาทหน้าที่ของรัฐ คนรุ่นใหม่มองว่า ประชาชนเป็นผู้จ่ายภาษีจ้างให้รัฐทำหน้าที่บริการแก่ประชาชนทุกคน แต่คนรุ่นก่อนมองว่าทุกคนมีหน้าที่ความเป็นพลเมือง คนทั้งสองรุ่นจึงต้องรับฟังและยอมรับคู่คิดต่างวัยซึ่งกันและกัน
3. Express เปิดใจต่อการกับการแสดงออก คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยโตมากับประสบการณ์ที่ว่า พูดเสียงเบา ๆ ในระบบไม่มีใครได้ยิน จึงไปส่งเสียงในโซเชียลมีเดียให้เกิดเป็นกระแส ขณะเดียวกันก็ชอบความโปร่งใส พูดตรงๆ เปิดเผย มากกว่าการ “รักษาหน้า” แบบที่ผู้ใหญ่ชอบทำ และไปคุยกันนอกรอบ โดยคนรุ่นใหม่มองว่า การพูดอย่างเปิดเผยจะช่วยแก้ปัญหาได้เร็ว ซึ่งบางครั้งการพูดนอกรอบที่ผู้ใหญ่ทำอาจช่วยแก้ปัญหาได้มีประสิทธิภาพกว่า
4. เข้าใจเรื่อง Eco system คนรุ่นใหม่มองว่า ระบบปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ที่ไม่มีทุนทางสังคม จึงต้องการเปลี่ยนแปลงระบบ ไม่ยึดที่ตัวบุคคล สนับสนุนคนที่มีอุดมการณ์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และมักไม่เชื่อว่าผู้นำที่เป็น “คนดี” จะแก้ปัญหาได้ ฯลฯ ในขณะที่คนรุ่นก่อนไม่บ่นเรื่องระบบ เพราะเชื่อว่าแก้ไขได้ยาก แต่ทุกคนต้องพยายามพัฒนาตนเอง
การลดระดับความเห็นต่างของคนในครอบครัวและคนแต่ละช่วงวัย ต้องเริ่มต้นจากความเข้าอกเข้าใจและยอมรับฟังกันมากขึ้น ทุกคนไม่จำเป็นต้องมีความเห็นเหมือนกัน แต่ต้องถกเถียง แลกเปลี่ยน และแสดงออกถึงความต้องการที่แท้จริงของแต่ละฝ่ายออกมาได้
เข้าสู่ระบบเพื่อโพสต์ความคิดเห็น
ความคิดเห็น 0