0

0

ผู้เขียน :บุษกร

อัพเดทเมื่อวันที่ : 2026-01-05 19:18:27

บทนำ

ในยุคสมัยใหม่ผู้คนหันมาสนใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น เพื่อให้ตนเองนั้นมีสุขภาพที่ดีห่างไกลโรค รวมไปถึงการดูแลภาพลักษณ์ รูปร่าง ผิวพรรณที่ดีอ่อนกว่าวัยด้วย ปัจจุบันเทรนด์ Anti-Aging  เรียกได้ว่ากำลังมาแรง ซึ่งในด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยเชื่อว่า ความชราไม่ได้เกิดจากอายุหรือเวลาที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่มีต้นเหตุและปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้คนเราก้าวสู่ความชราไม่เท่ากัน  หลักการของเวชศาสตร์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพนั้นให้ความสำคัญที่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จะค้นหาปัจจัยทั้งหมดที่มีผลต่อสุขภาพ และแก้ปัจจัยนั้น เพื่อให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยมีเทคนิคง่ายๆ ได้แก่หลัก 3 อ. คือ อาหาร อากาศ อารมณ์ นอกจากนี้ยังต้องเพิ่มเรื่องการออกกำลังกาย การนอน ฮอร์โมนและการดื่มน้ำด้วย

 

 

อาหารแบบไหนทำให้ร่างกายเสื่อมเร็ว

การเลือกรับประทานอาหารของคนในยุคสมัยใหม่ที่วิถีชีวิตมีความเร่งรีบ และเทรนด์การนิยมทานอาหารแบบตะวันตกที่มักจะทานแป้ง น้ำตาล เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารแปรรุป ไขมันไม่ดีชนิด LDL ทานผลไม้และผักน้อย รวมไปถึงการทานอาหารในปริมาณที่มากกว่าความต้องการของร่างกาย ทำให้มีผู้ป่วยกลุ่มโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคมะเร็งเพิ่มขึ้น ซึ่งในสาเหตุหลักของความชราตามหลักวิทยาศาสตร์นั้น หากรับประทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ การอักเสบเรื้อรังจากการมีไขมันสะสมมากเกินไป การสะสมของสารพิษ ภาวะน้ำตาลสะสม และมีการเสื่อมสภาพของเซลล์ต้นกำเนิดได้

การดูแลสุขภาพด้วยอาหารชะลอวัย จึงควรเลือกรับประทานอาหารที่มีผักหลากหลาย ประมาณ ½ ของจาน มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ประมาณ ¼ ของจาน และมีเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เนื้อปลา อกไก่ประมาณ ¼ ของจาน โดยสามารถทานอาหารมื้อหลักได้ 1-3 มื้อต่อวัน (ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับความต้องการพลังงานและสารอาหารในแต่ละบุคคลด้วย) พยายามเลี่ยงมื้อว่างหากไม่จำเป็น หรือหากจำเป็นก็สามารถมีมื้อว่างเป็นอาหารประเภทไขมันดี เช่น ถั่วเปลือกแข็งอบบธรรมชาติสัก 1 กำมือ หลีกเลี่ยงการทานอาหารดึกจนเกินไป การ อดอาหารเป็นช่วง (Intermittent Fasting) มีผลดีต่อสุขภาพถ้าทำถูกวิธีและเหมาะสม ทำให้ร่างกายนำไขมันที่สะสมมาใช้เป็นพลังงาน ทั้งนี้การควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ และช่วยลดการอักเสบในร่างกายด้วย

 

อ้างอิง

https://bangkokpattayahospital.com/th/health-articles-th/nutrition-therapy-th/take-care-your-health-anti-aging-food/

งานบทความที่กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจ

นโยบายเว็บไซต์
1748965111.jfif

Super Admin ID2

นโยบายเว็บไซต์

ยอมรับ! ต่างรุ่นต่างประสบการณ์ ช่วยลดความขัดแย้งในครอบครัว
1708931705.jpg

Super Admin ID1

ยอมรับ! ต่างรุ่นต่างประสบการณ์ ช่วยลดความขัดแย้งในครอบครัว

‘ปทุมวันโมเดล’ พื้นที่นำร่อง เขตควบคุมมลพิษต่ำเพื่อสุขภาพคนกรุง
1708931705.jpg

Super Admin ID1

‘ปทุมวันโมเดล’ พื้นที่นำร่อง เขตควบคุมมลพิษต่ำเพื่อสุขภาพคนกรุง

‘ภาวะหมดไฟ’ ด้านมืดของอิสรภาพในโลกฟรีแลนซ์
1708931705.jpg

Super Admin ID1

‘ภาวะหมดไฟ’ ด้านมืดของอิสรภาพในโลกฟรีแลนซ์

เข้าใจความหลากหลายในบ้าน สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับลูก LGBTQ
1708931705.jpg

Super Admin ID1

เข้าใจความหลากหลายในบ้าน สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับลูก LGBTQ

งานบทความที่เกี่ยวข้อง

หยุดกินตามอารมณ์ ตัดวงจรพฤติกรรมทำลายสุขภาพ

Super Admin ID1

การกินด้วยอารมณ์ (Emotional Eating) คือ การกินอาหารเพื่อบรรเทาความรู้สึกหรือเยียวยาอารมณ์ด้านลบ เช่น เครียด หงุดหงิด เหนื่อยล้า เศร้า เหงา โกรธ กลัว ฯลฯ หรือแม้แต่เป็นการกินเพื่อเป็นการให้รางวัลตัวเอง พฤติกรรมการกินด้วยอารมณ์เช่นนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจอย่างไม่คาดคิด  และเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

1749132155.jpg

ลองถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้

- คุณกินมากขึ้นเมื่อรู้สึกเครียดหรือไม่?

- คุณกินตอนที่ไม่ได้หิวหรือยังอิ่มอยู่หรือเปล่า?

- เวลารู้สึกเศร้า โกรธ เบื่อ วิตกกังวล คุณกินเพื่อให้รู้สึกดีขึ้นหรือไม่?

- คุณให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารหรือไม่?

- คุณกินจนอิ่มเกินไปเป็นประจำหรือเปล่า?

- อาหารทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยหรือรู้สึกว่าอาหารเป็นเพื่อนหรือไม่?

- คุณรู้สึกไม่สามารถควบคุมตัวเองในเรื่องการกินใช่หรือไม่?

 

หากคุณตอบว่า “ใช่” ในหลาย ๆ ข้อ นั่นแสดงว่า คุณมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรม “กินตามอารมณ์” ซึ่งเป็นความอยากกินหรือหิวทางอารมณ์ (emotional hunger) ไม่ใช่ความหิวทางกายภาพ (physical hunger)